Indices vs Forex ต่างกันอย่างไร? มือใหม่ควรเลือกเทรดอะไรดี?
BY TIOmarkets (ไทยi)
|มกราคม 29, 2569คุณคงกำลังสงสัยว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดีใช่ไหม? เชื่อเถอะว่ามีมือใหม่มากมายที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับคุณ และหนึ่งในการตัดสินใจที่ยากที่สุดคือ จะเทรดอะไรดี? การเลือกระหว่าง เทรด Indices vs Forexอาจดูเป็นเรื่องน่าหนักใจ เพราะข้อมูลที่มีอยู่มากมายมหาศาล แถมทั้งสองตลาดยังมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
แต่รู้หรือไม่ว่าทั้ง ตลาด Forex และ Indices (ดัชนี) มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือการเป็นตลาดที่ผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกันเพื่อทำกำไร คุณอาจรู้อยู่แล้ว แต่ถึงแม้คุณอยากจะลองเทรดทั้งสองอย่าง ก็ควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ว่าตลาดไหนที่ควรโฟกัส
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปเจาะลึกเปรียบเทียบ Indices vs Forexแบบหมัดต่อหมัด ดูข้อดีข้อเสียเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่า เทรด Forex หรือ ดัชนี ดีกว่ากันสำหรับสไตล์การลงทุนของคุณ
ถ้าพร้อมแล้ว ไปเริ่มกันเลย!
เปรียบเทียบตลาด Indices vs Forex Trading
เมื่อถามเทรดเดอร์มือโปรว่า เริ่มต้นเทรดอะไรดี? พวกเขามักแนะนำสิ่งที่ตัวเองถนัด ซึ่งอาจไม่เหมาะกับมือใหม่อย่างคุณเสมอไป แต่จำไว้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องเลือกแค่ตลาดเดียว คุณสามารถทำกำไรได้จากทั้งสองตลาด ตราบใดที่คุณเข้าใจกลไกความแตกต่าง Forex และ Indices
แต่ถ้าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งล่ะ? มันไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว มาทำความรู้จักนิยามของแต่ละตลาดกันก่อน
Forex Trading คืออะไร?
Forex (Foreign Exchange)เป็นที่นิยมเพราะเป็นตลาดระดับโลกที่เปิด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน มันจึงเป็นตลาดที่ใหญ่และมีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก
การเทรด Forex คือการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินเป็นคู่ๆ เช่น ซื้อ EURUSD และขายค่าเงินดอลลาร์ โดยกำไรขาดทุนจะมาจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ยังเป็นสินค้าที่มี Leverage สูง ทำให้คุณลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อยแต่ซื้อขายมูลค่าสูงได้
Indices Trading คืออะไร?
การ เทรด Indices หรือดัชนีหุ้น คือการเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มหุ้นหรือดัชนีตลาดหุ้นทั้งกระดาน แทนที่จะเลือกซื้อหุ้นรายตัวอย่าง Apple หรือ Amazon เพียงตัวเดียว
การเทรดแบบนี้ช่วยให้คุณลงทุนในภาพรวมของตลาดหรือกลุ่มอุตสาหกรรมได้ เป็นการกระจายความเสี่ยงชั้นเยี่ยม และเนื่องจาก ดัชนีตลาดหุ้น ประกอบด้วยหุ้นหลายตัว มันจึงมักมีความเสถียรกว่าการถือหุ้นรายตัว
คุณสามารถสร้างบัญชี Demoบนแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง MT4 หรือ MT5 เพื่อฝึกเทรดดัชนีและเทรดคู่เงิน ได้ฟรี!
ความแตกต่าง Companies vs Countries
หัวใจสำคัญที่แยกความแตกต่างระหว่างการเทรด Indices vs Forexออกจากกันอย่างชัดเจน คือสิ่งที่เทรดเดอร์กำลังเก็งกำไร
Forex Traders:กำลังเก็งกำไรจากความแข็งแกร่งของค่าเงินซึ่งเปรียบเสมือนหุ้นของประเทศนั้นๆ
Indices Traders:กำลังเก็งกำไรจากผลการดำเนินงานของบริษัทผ่านการเคลื่อนไหวของดัชนีราคา
ตัวอย่างการเทรด Forex คือ ถ้าคุณเชื่อว่าเศรษฐกิจยุโรปจะแข็งแกร่งกว่าสหรัฐฯ คุณจะซื้อ (Buy) คู่เงิน EUR/USD เพราะเชื่อว่าค่าเงินยูโรจะแข็งค่าขึ้น มูลค่าของแต่ละสกุลเงินจะผันผวนขึ้นลงตาม ปัจจัยทางเศรษฐกิจ มากมาย (เช่น GDP, ดอกเบี้ย, การจ้างงาน) เทรดเดอร์จึงซื้อขายโดยดูจากความแข็งแกร่งหรือความอ่อนแอเปรียบเทียบกันระหว่างสองประเทศ
ตัวอย่าง Indices คือ ถ้าคุณมองว่า 100 บริษัทใหญ่ในอังกฤษจะเติบโต คุณจะซื้อดัชนี FTSE 100 ซึ่งราคาจะขึ้นลงตามผลงานรวมของบริษัทเหล่านั้น ราคาหุ้นของแต่ละบริษัทในกลุ่มนี้อาจขึ้นหรือลงตามผลประกอบการและข่าวสารต่างๆ ซึ่งเมื่อหุ้นเหล่านั้นขยับ มันจะส่งผลต่อราคาของ FTSE 100 ในภาพรวม เทรดเดอร์ Indices จึงซื้อหรือขายดัชนี โดยคาดการณ์ว่าราคาเฉลี่ยของบริษัทในกลุ่มนั้นจะเติบโตขึ้นหรือลดลงในช่วงเวลาหนึ่ง
มีอะไรให้เทรดบ้างในตลาด Indices vs Forex?
เมื่อเราเปรียบเทียบ Indices vs Forexความหลากหลายของผลิตภัณฑ์คือจุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เรามาดูกันว่าในแต่ละตลาดมีตัวเลือกอะไรให้คุณทำกำไรบ้าง
ตลาดคู่เงิน
ในตลาด Forex คู่สกุลเงินจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามสภาพคล่องและความนิยม:
- คู่เงินหลัก (Majors):กลุ่มนี้คือพระเอกของตลาด เป็นการจับคู่ระหว่างสกุลเงินหลักกับ US Dollar เช่น EURUSD, USDJPY, GBPUSD และ USDCHF สกุลเงินอย่างดอลลาร์แคนาดา (USDCAD), ออสเตรเลีย (AUDUSD) และนิวซีแลนด์ (NZDUSD) ก็นับเป็นคู่เงินหลักเช่นกัน แต่เรามักเรียกกลุ่มนี้ว่า "Commodity Currencies" เพราะค่าเงินมักผันแปรตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลก
- คู่เงินรอง (Minors หรือ Crosses):คือการจับคู่กันเองของสกุลเงินหลักโดยไม่มี US Dollar เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น EURAUD, EURGBP และ CHFJPY
- คู่เงินเกิดใหม่ (Exotics):กลุ่มนี้มีการซื้อขายน้อยกว่า สภาพคล่องต่ำกว่า มักเป็นสกุลเงินของประเทศกำลังพัฒนา เช่น เงินเปโซเม็กซิโก (MXN) หรือเงินแรนด์แอฟริกาใต้ (ZAR)
ตลาดดัชนี
เมื่อเทรดดัชนี สินค้าจะมีจำนวนน้อยกว่า Forex แต่จะมีความโฟกัสที่ชัดเจนกว่า โดยแบ่งตามภูมิภาคเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลก ดังนี้:
- ดัชนีฝั่งอเมริกา (The Big Three):ประกอบด้วย Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq นี่คือ 3 ดัชนีที่ทรงอิทธิพลและถูกติดตามมากที่สุดในโลก รวบรวมบริษัทเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมระดับโลกไว้มากมาย
- ดัชนีฝั่งยุโรป:ตัวท็อปของภูมิภาคนี้ได้แก่ German DAX (เยอรมนี), FTSE 100 (สหราชอาณาจักร) และ ES35 (ดัชนีตลาดหุ้นสเปน)
- ดัชนีฝั่งเอเชียและแปซิฟิก:นำทีมโดย Nikkei 225 (บริษัทชั้นนำในตลาดโตเกียว), Hang Seng (ตลาดหุ้นฮ่องกง) และ ASX 200 (ดัชนีหลักของออสเตรเลีย)
ค่าธรรมเนียมในการเทรด Indices vs Forex
ก่อนลงสนามจริง สิ่งที่เทรดเดอร์ต้องรู้คือต้นทุนที่แฝงอยู่ในการเทรด แม้จะมีค่าธรรมเนียมยิบย่อยอย่างค่าดำเนินการหรือต้นทุนทางการเงินแต่ค่าใช้จ่ายหลักๆ ที่คุณต้องเจอและส่งผลต่อกำไรโดยตรงมีดังนี้
1. Spread (สเปรด) และ ค่าคอมมิชชั่น
ต้นทุนหลักในการเทรดคือ Spread ซึ่งอาจมี Commission แบบคงที่บวกเพิ่มเข้ามาด้วย ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีที่คุณเลือกใช้
- Spread คือส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อ (BID) และราคาเสนอขาย (ASK) ไม่ว่าคุณจะเทรด Indices หรือ Forexคุณจะต้องเจอกับค่าสเปรดเสมอ ซึ่งจะมีหน่วยเป็น Points หรือ Pips
- ค่าสเปรดไม่ได้คงที่เสมอไป มันอาจต่ำได้ถึง 0.2 Pips และจะแปรผันไปตามประเภทของดัชนีหรือคู่เงินที่คุณเทรด
2. กฎของสภาพคล่อง
หลักการจำง่ายๆ คือยิ่งสินทรัพย์นั้นฮิต สภาพคล่องสูง สเปรดยิ่งแคบ
- สินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงหรือคนเทรดน้อย มักจะมีสเปรดที่กว้างกว่า
- โดยทั่วไปตลาด Forex มักจะมีสเปรดที่แคบกว่าเมื่อเทียบกับตลาด Indices เนื่องจากมีสภาพคล่องสูงกว่ามาก
3. Swap หรือ Roll-over Fee ค่าธรรมเนียมข้ามคืน
เมื่อสิ้นสุดวันทำการซื้อขาย เวลา 17.00 น. ตามเวลานิวยอร์ก หรือประมาณตี 4-5 เวลาไทย หากคุณยังถือออเดอร์ค้างไว้ในพอร์ต คุณอาจต้องจ่ายหรือได้รับค่าธรรมเนียมที่เรียกว่า Swap
- สำหรับตลาด Forex ค่า Swapคำนวณมาจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Differentials) ระหว่างสกุลเงินสองประเทศที่คุณถือคู่กันอยู่
- คุณสามารถดูรายละเอียดค่า Swap ของแต่ละสินค้าได้ในหน้า Contract Specification บนแพลตฟอร์มเทรด หรือลองเปิดบัญชี Demo เพื่อดูการคำนวณจริงได้เลย
ความแตกต่าง
3 ประการ Leverage, ความผันผวน และสภาพคล่อง
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือก Indices vs Forexคือกลไกการทำงานของตลาด มาดูกันว่า 3 เรื่องนี้แตกต่างกันอย่างไร
ทั้งสองตลาดอนุญาตให้คุณใช้ Leverage ได้ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่ได้โดยวางเงินมัดจำเพียงเล็กน้อย แต่เพดานของมันต่างกันการเทรดดัชนีมักให้ Leverage ต่ำกว่า โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 1:20 หมายความว่า เงิน $1 ในพอร์ต สามารถซื้อสินทรัพย์ได้มูลค่า $20
ในขณที่ Forex Trading มักให้ Leverage สูง โดยอาจพุ่งไปถึง 1:500 สาเหตุเพราะราคาค่าเงินขยับน้อยมากในแต่ละวัน จึงต้องใช้วงเงินที่สูงเพื่อให้เห็นผลกำไรที่คุ้มค่า
โดยทั่วไป ดัชนีมักจะผันผวนมากกว่า Forex กราฟมักจะวิ่งเป็นเทรนด์หรือสวิงตัวในกรอบราคาที่กว้างกว่า ซึ่งถูกใจสายเก็งกำไรที่ชอบรอบใหญ่ๆ ซึ่งการเทรดคู่เงินหลักๆ มักจะมีความเสถียรมากกว่า เว้นแต่บางคู่สกุลเงิน (เช่น คู่เงิน Crosses หรือ Exotics) ที่อาจจะผันผวนแรงไม่แพ้ดัชนี
ทั้งสองตลาดมีสภาพคล่องสูงมาก หมายความว่าคุณสามารถกดซื้อหรือขาย (เข้า-ออกออเดอร์) ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน แต่ถ้าวัดกันจริงๆ Forex คือผู้ชนะขาดลอย เพราะนี่คือตลาดที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดในโลก สภาพคล่องจึงล้นเหลือ ทำให้การจับคู่คำสั่งซื้อขายเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที
ปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อราคาในตลาด
เช่นเดียวกับตลาดการเงินทั่วโลก ราคาของสินทรัพย์จะวิ่งขึ้นหรือลงย่อมมีเหตุผลเสมอ นี่คือปัจจัยสำคัญที่คุณต้องจับตามองสำหรับแต่ละสินทรัพย์
ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด Forex
สำหรับตลาดค่าเงิน สิ่งที่กำหนดทิศทางราคาคือภาพรวมเศรษฐกิจระดับมหภาค ปัจจัยหลักๆ ได้แก่:
- อัตราดอกเบี้ย (Interest Rates): พระเอกตัวจริง ถ้าดอกเบี้ยขึ้น ค่าเงินมักจะแข็ง
- GDP: ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ บอกถึงการเติบโตของเศรษฐกิจ
- อัตราเงินเฟ้อ (Inflation): ของแพงขึ้น ค่าเงินอาจเสื่อมค่าลง
- ความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence): คนกล้าใช้เงินไหม?
- ตัวเลขการจ้างงาน (Employment Data): เช่น Non-Farm Payrolls ของสหรัฐฯ
โดยทั่วไปหากเศรษฐกิจของประเทศนั้นดี ค่าเงินของเขาก็จะแข็งค่าเมื่อเทียบกับชาติอื่น แต่ถ้าเศรษฐกิจแย่ ค่าเงินก็จะอ่อนค่าลง
ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด Indices
สำหรับดัชนีหุ้น ปัจจัยจะมีความซับซ้อนกว่านิดหน่อยเพราะมันมีส่วนผสมของปัจจัยเศรษฐกิจบวกกับปัจจัยเฉพาะของบริษัทจดทะเบียน
- ปัจจัยมหภาค: แน่นอนว่าถ้าเศรษฐกิจประเทศดี บริษัทในตลาดหุ้นก็มักจะทำกำไรได้ดีตามไปด้วย
- ปัจจัยเฉพาะของบริษัท: เนื่องจากดัชนีคือตะกร้าที่ใส่หุ้นหลายตัวราคาของมันจึงขึ้นอยู่กับผลงานของบริษัทเหล่านั้น
- ผลประกอบการ (Earnings): กำไรไตรมาสนี้ปังหรือพัง?
- เงินปันผล (Dividend Pay-outs): จ่ายหนักแค่ไหน?
- การควบรวมกิจการ (M&A): มีข่าวซื้อขายบริษัทไหม?
- การจ้างงานหรือปลดคนงาน: บริษัทกำลังขยายตัวหรือลดขนาด?
- การเปิดตัวสินค้าใหม่: เช่น Apple เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ หุ้นก็อาจพุ่ง
การเทรดดัชนีอาจยากตรงที่คุณต้องคอยติดตามข่าวสารของหุ้นหลายตัวที่เป็นส่วนประกอบในดัชนีนั้นๆ ในขณะที่ Forex อาจดูเรียบง่ายกว่า ในมุมนี้ เพราะคุณโฟกัสแค่ข้อมูลเศรษฐกิจหลักๆ ของประเทศนั้นๆ ก็เพียงพอจะเห็นแนวโน้มแล้ว
บทสรุป Indices vs Forex เลือกเทรดอะไรดี
คำตอบสุดท้ายขึ้นอยู่กับสไตล์ของคุณ
- เลือก Forex:ถ้าคุณชอบวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค เปรียบเทียบค่าเงินประเทศต่างๆ และต้องการ Leverage สูงๆ ในการปั้นพอร์ต
- เลือก Indices:ถ้าคุณชอบติดตามตลาดหุ้น สนใจภาคธุรกิจ และชอบสินทรัพย์ที่มีความผันผวนชัดเจน (High Volatility)
ไม่ว่าจะเลือกเทรดดัชนีต่างประเทศหรือเทรดคู่เงินเราแนะนำให้ลองเทรดทั้งสองตลาดผ่านบัญชี Demo ดูก่อน แล้วสังเกตว่าสไตล์ไหนทำกำไรให้คุณได้ดีที่สุด
ยกระดับความรู้การลงทุนกับ TIOmarkets
ไม่ว่าคุณจะเลือก Indices vs Forexที่ TIOmarkets เราพร้อมสนับสนุนคุณ
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ TIOmarkets โบรกเกอร์ Forex ชั้นนำ เข้าถึงโอกาสทางการเทรดระดับโลก ด้วยความไว้วางใจจากการเทรดเดอร์มากกว่า 170,000 บัญชีในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก พร้อมแหล่งความรู้ด้านการลงทุนที่ครอบคลุมของเรา คุณจะได้เรียนรู้วิธีการเทรดผลิตภัณฑ์ทางการเงินมากกว่า 300 รายการใน 5 ตลาดด้วยค่าธรรมเนียมต่ำสุดพิเศษ
อย่ารอช้าที่จะพิสูจน์ฝีมือของคุณ เปิดบัญชีเทรดกับ TIOmarkets วันนี้ และเริ่มต้นเทรดไปพร้อมกับเรา!

คำสงวนความรับผิด: สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ คุณควรพิจารณาว่าคุณเข้าใจถึงระบบการทำงานของ สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง และพร้อมรับความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินแล้วหรือไม่ อย่าฝากมากกว่าจำนวนเงินที่คุณพร้อมจะสูญเสีย การขาดทุนของลูกค้ามืออาชีพอาจมากกว่าเงินฝากของพวกเขา โปรดดูนโยบายคำเตือนความเสี่ยงของเราและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระหากคุณไม่เข้าใจส่วนใด ข้อมูลนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่หรือใช้โดยผู้ที่อาศัยอยู่ในบางประเทศ/เขตอำนาจศาล โดยรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สหรัฐอเมริกาและ OFAC บริษัทมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายชื่อประเทศข้างต้นตามดุลยพินิจของตนเอง
Join us on social media

เบื้องหลังทุกบทความในบล็อก คือประสบการณ์ร่วมของทีมงานมืออาชีพและผู้ที่หลงใหลในตลาดการเงินที่ TIOmarkets เราคือทีมงานที่ทุ่มเทและมุ่งมั่นในการให้ความรู้เกี่ยวกับการเทรดและการวิเคราะห์ตลาดการเงินแก่คุณ เป้าหมายของเราคือส่งมอบความรู้ที่จำเป็น เพื่อให้คุณมีความมั่นใจในการเทรดในตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ
Related Posts





