CFD คืออะไร? คู่มือเทรดฉบับสมบูรณ์

BY TIOmarkets (ไทยi)

|มกราคม 13, 2569

บทนำสู่โลกของ CFD Trading

การเทรด CFD (Contracts for Difference) หรือ "สัญญาซื้อขายส่วนต่าง" เป็นรูปแบบการลงทุนที่ได้รับความนิยมและมีความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้นักลงทุนสามารถเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ทางการเงินที่หลากหลายได้ โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นจริงๆ

ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปเจาะลึกพื้นฐานของการเทรด CFD ประวัติความเป็นมา หลักการทำงาน รวมถึงข้อดีและความเสี่ยง พร้อมทั้งกลยุทธ์สำคัญและคำศัพท์ที่ควรรู้ เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนว่า CFD แตกต่างจากการเทรดแบบดั้งเดิมอย่างไร

CFD Trading คืออะไร?

CFD Trading คือวิธีการเทรดตราสารอนุพันธ์รูปแบบหนึ่ง ที่นักลงทุนทำสัญญากับโบรกเกอร์เพื่อแลกเปลี่ยน "ส่วนต่างของมูลค่าสินทรัพย์" ระหว่างเวลาที่เปิดสัญญาและเวลาที่ปิดสัญญา

แทนที่จะต้องซื้อทองคำแท่งมาเก็บ หรือซื้อหุ้นเพื่อรับใบหุ้นจริงๆ เทรดเดอร์เพียงแค่เก็งกำไรว่าราคาจะ "ขึ้น" หรือ "ลง" เท่านั้น ทำให้สามารถทำกำไรได้ทั้งในสภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง

ประวัติของ CFD

CFD ถือกำเนิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ในสหราชอาณาจักร โดยบริษัท IG Group เริ่มแรกถูกออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเทรดหุ้นได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องถือครองหุ้นจริงและเพื่อเลี่ยงภาษีอากรแสตมป์ ต่อมา CFD ได้ขยายครอบคลุมสินทรัพย์อื่นๆ มากมาย เช่น ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์, ค่าเงิน และคริปโตเคอร์เรนซี

หลักการทำงานของ CFD Trading

การเทรด CFD เกี่ยวข้องกับสองฝ่ายหลัก คือ เทรดเดอร์ (Trader) และ โบรกเกอร์ (Broker) โดยเทรดเดอร์ทำหน้าที่เก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ ส่วนโบรกเกอร์ทำหน้าที่ให้บริการแพลตฟอร์มและเป็นคู่สัญญาในการซื้อขาย

ในการเปิดคำสั่งซื้อขาย CFD เทรดเดอร์จำเป็นต้องวางเงินจำนวนหนึ่งที่เรียกว่า "มาร์จิ้น" เพื่อใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งช่วยให้สามารถทำการเทรดแบบใช้เลเวอเรจได้ เทรดเดอร์สามารถเลือกเปิดสถานะได้ 2 ทาง คือ:

Go Long (ซื้อ): เมื่อคาดว่าราคาจะปรับตัวขึ้น

Go Short (ขาย): เมื่อคาดว่าราคาจะปรับตัวลง

เมื่อทำการปิดคำสั่งซื้อเทรดเดอร์จะได้รับหรือต้องจ่ายเงินส่วนต่างระหว่าง "ราคาเปิด" และ "ราคาปิด" คูณด้วยจำนวนหน่วย CFD ที่เทรด ผลกำไรหรือขาดทุนจะเกิดขึ้นแบบ Real-time ทำให้ CFD เป็นรูปแบบการเทรดที่มีความคล่องตัวและมีโอกาสทำกำไรสูง

ทำความเข้าใจเรื่องสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (Understanding CFDs)

Contracts for Difference (CFD) หรือ สัญญาซื้อขายส่วนต่าง คือข้อตกลงทางสัญญาระหว่างเทรดเดอร์และโบรกเกอร์ จัดเป็น "ตราสารอนุพันธ์" ประเภทหนึ่ง ซึ่งมูลค่าของมันจะอ้างอิงมาจากสินทรัพย์พื้นฐาน

ข้อแตกต่างสำคัญคือ การเทรดแบบดั้งเดิมมักต้องมีการถือครองสินทรัพย์จริง (เช่น ซื้อทองคำแท่งมาเก็บ หรือถือใบหุ้น) แต่ CFD ช่วยให้คุณเข้าถึงและเก็งกำไรในตลาดต่างๆ ได้โดย ไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นจริงๆ

นอกจากนี้ CFD ยังทำการซื้อขายด้วยระบบมาร์จิ้น ซึ่งหมายความว่าเทรดเดอร์ใช้เงินลงทุนเพียงเศษเสี้ยวเดียวของมูลค่าสัญญาเต็มจำนวน สิ่งนี้ทำให้เกิดระบบเลเวอเรจ ซึ่งช่วยขยายโอกาสในการทำกำไร (Magnify returns) ให้สูงขึ้นจากเงินลงทุนก้อนเล็ก แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องระวังเพราะมันเพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุนด้วย

องค์ประกอบสำคัญของการเทรด CFD

เมื่อคุณเริ่มต้นเทรด CFD มี 4 ปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณาดังนี้

  1. สินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Instrument): CFD สามารถอ้างอิงราคาจากสินทรัพย์หลากหลาย เช่น หุ้น, ดัชนี, ทองคำ หรือคริปโต
  2. มาร์จิ้น (Margin): เงินทุนขั้นต่ำที่ต้องใช้เพื่อเปิดออเดอร์ โดยปกติจะอยู่ที่ 1% ถึง 20% ของมูลค่าสัญญาจริง ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์และโบรกเกอร์
  3. จุดเข้าและจุดออก (Entry and Exit Points): ระดับราคาที่คุณตัดสินใจเปิดและปิดสัญญา ซึ่งควรมาจากการวิเคราะห์กราฟหรือการติดตามข่าวสารหรือปัจจัยอื่นๆที่มีผลกระทบต่อราคา
  4. คำสั่งตัดขาดทุนและทำกำไร (Stop-Loss & Take-Profit): เครื่องมือบริหารความเสี่ยงอัตโนมัติ
    ตั้งจุด Stop-Loss: ปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อราคาผิดทาง เพื่อจำกัดการขาดทุน
    ตั้งจุด Take-Profit: ปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อได้กำไรตามเป้าหมาย

สินทรัพย์ที่นิยมในการเทรด CFD

CFD ช่วยให้คุณเข้าถึงตลาดทั่วโลกได้ในบัญชีเดียว สินทรัพย์ที่นิยมเทรดได้แก่:

  • หุ้น (Stocks): เก็งกำไรราคาหุ้นบริษัทดัง (เช่น Apple, Tesla) โดยไม่ต้องถือหุ้นจริง
  • ดัชนี (Indices): เทรดภาพรวมตลาด เช่น S&P 500 หรือ NASDAQ ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่ากการเทรดหุ้นรายตัว
  • สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities): โลหะมีค่า (ทองคำ, เงิน), พลังงาน (น้ำมัน, ก๊าซธรรมชาติ) และสินค้าเกษตร เทรดเดอร์ทำกำไรได้จากการเคลื่อนไหวของราคาตลาดโลก โดยไม่ต้องเป็นจำของสินทรัพย์จริง
  • สกุลเงิน (Currencies/Forex): เก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนในตลาด Forex ซึ่งเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก
  • คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrencies): เทรดสกุลเงินดิจิทอล หรือ Bitcoin หรือ Ethereum โดยไม่ต้องมี Digital Wallet และไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษาเหรียญ

ข้อดีของการเทรด CFD

การเทรด CFD มีข้อได้เปรียบที่น่าสนใจหลายประการเมื่อเทียบกับการลงทุนแบบดั้งเดิม

  • เลเวอเรจ: การเทรด CFD ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถ "ขยายโอกาสทำกำไร" ได้ด้วยพลังของเลเวอเรจ เพียงแค่วางเงินประกัน (Margin) เพียงเศษเสี้ยวของมูลค่าการเทรดทั้งหมด คุณก็สามารถเปิดสถานะ (Position) ที่ใหญ่ขึ้นได้ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากเงินลงทุนที่น้อยลง
  • ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง: จุดเด่นที่สุดของ CFD คือความสามารถในการทำกำไรจากสภาวะตลาดทั้ง 2 ทิศทาง Go Long (ซื้อ): ทำกำไรเมื่อราคาสินทรัพย์ปรับตัว "สูงขึ้น" Go Short (ขาย): ทำกำไรเมื่อราคาสินทรัพย์ปรับตัว "ลดลง"
  • เข้าถึงตลาดหลากหลาย: เทรดได้ทั้งหุ้น ทอง น้ำมัน และคริปโต ในแพลตฟอร์มเดียว
  • ความยืดหยุ่น: ไม่มีข้อผูกมัดเรื่องการถือครองสินทรัพย์ เปิด-ปิดออเดอร์ได้รวดเร็ว บริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ไม่ต้องถือครองสินทรัพย์จริง: การเทรด CFD ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์จริงๆ สิ่งนี้ช่วยตัดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายแฝงที่เกิดจากการถือครองทางกายภาพออกไป เช่น ค่าธรรมเนียมการดูแลรักษา (Custody Fees), ค่าขนส่ง, หรือค่าเช่าตู้เซฟเก็บทองคำ เป็นต้น

ความเสี่ยงของการเทรด CFD

แม้ว่าการเทรด CFD จะสร้างโอกาสในการทำกำไรที่สูง แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

  • ความเสี่ยงจากเลเวอเรจ: เป็นดาบสองคมที่ขยายได้ทั้งกำไรและขาดทุน หากราคาผิดทาง การขาดทุนอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ความผันผวนของตลาด: ตลาดการเงินเปลี่ยนแปลงไว การเคลื่อนไหวของราคาอย่างกะทันหันอาจส่งผลเสียต่อพอร์ตลงทุน
  • ความเสี่ยงจากโบรกเกอร์: ต้องเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถถอนกำไรได้และระบบมีความเสถียร
  • การเทรดมากเกินไป: ด้วยความที่ CFD เป็นตลาดที่รวดเร็วและเข้าถึงง่าย อาจกระตุ้นให้เทรดเดอร์เปิดออเดอร์บ่อยเกินความจำเป็น หรือที่เรียกว่า Overtrading ซึ่งจะนำไปสู่ต้นทุนค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น ความเครียดกดดันทางอารมณ์ และสุดท้ายอาจทำให้ผลกำไรลดลงหรือพอร์ตเสียหายได้

เริ่มต้นเทรด CFD อย่างไร?

เริ่มต้นเทรด CFD ได้ง่ายๆ ดังนี้:

  1. ศึกษาหาความรู้: เรียนรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเทรด CFDการวิเคราะห์ตลาด, การบริหารความเสี่ยง และกลยุทธ์การเทรดต่างๆ อย่าลืมทำความคุ้นเคยกับฟีเจอร์และเครื่องมือต่างๆ บนแพลตฟอร์มที่โบรกเกอร์ของคุณมีให้ใช้งาน
  2. เลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ: มองหาโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงและมีความมั่นคง ซึ่งให้บริการแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย (User-friendly), มีค่าธรรมเนียมที่แข่งขันได้, มีสินทรัพย์ให้เลือกเทรดหลากหลาย และที่สำคัญคือต้องมีทีมซัพพอร์ตที่พร้อมช่วยเหลือคุณอย่างรวดเร็ว
  3. เปิดบัญชีซื้อขาย: ดำเนินการตามขั้นตอนการสมัครให้ครบถ้วน โดยกรอกข้อมูลส่วนตัวที่จำเป็น ยืนยันตัวตน และทำการฝากเงินทุนเข้าสู่บัญชีเทรดของคุณเพื่อเตรียมพร้อม
  4. วางแผนการเทรด: กำหนดเป้าหมายในการลงทุน ระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ (Risk Tolerance) และกลยุทธ์การเทรดที่ถนัด โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น กรอบเวลา (Timeframes), เทคนิคการวิเคราะห์กราฟ และกฎเหล็กในการบริหารเงินทุน
  5. ฝึกฝนด้วยบัญชี Demo: โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มักมีบัญชี Demo ให้ใช้งานฟรี ซึ่งช่วยให้คุณฝึกฝนการเทรดได้โดยไม่ต้องเสี่ยงกับเงินจริง จงใช้โอกาสนี้เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับระบบและทดสอบกลยุทธ์ของคุณจนกว่าจะมั่นใจ
  6. เริ่มต้นเทรดด้วยเงินจริง: เมื่อคุณรู้สึกมั่นใจในกลยุทธ์แล้ว ก็ถึงเวลาเริ่มต้นในสนามจริง แนะนำให้เริ่มเทรดด้วยเงินจำนวนน้อยก่อน และค่อยๆ ขยายขนาดการลงทุน เมื่อคุณมีประสบการณ์และความชำนาญมากขึ้น
  7. ติดตามผลและปรับกลยุทธ์: หมั่นตรวจสอบสถานะการเทรดและบันทึกผลการดำเนินงาน (Performance) อย่างสม่ำเสมอ พร้อมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ จงเรียนรู้จากทั้ง "ความสำเร็จ" และ "ความล้มเหลว" ในอดีต เพื่อพัฒนาทักษะการเทรดของคุณให้ดียิ่งขึ้น

กลยุทธ์สำคัญสำหรับการเทรด CFD

การจะประสบความสำเร็จในตลาด CFD ได้นั้น จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและรัดกุม นี่คือ 5 กลยุทธ์สำคัญที่คุณควรนำไปปรับใช้:

  • การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis): คือการวิเคราะห์ข้อมูลราคาย้อนหลัง กราฟราคาและอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคต่างๆ เพื่อค้นหา "รูปแบบ" (Patterns) และ "แนวโน้ม" (Trends) ของตลาด วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์ทิศทางราคาในอนาคต และช่วยระบุ จุดเข้าซื้อ และ จุดขายออก ได้อย่างแม่นยำ
  • การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis): เป็นการประเมินมูลค่าสินทรัพย์โดยดูจากสุขภาพทางการเงิน แนวโน้มอุตสาหกรรม และปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคที่อาจส่งผลกระทบต่อราคา
  • การบริหารความเสี่ยง: นี่คือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดในตลาด คุณควรนำเทคนิคบริหารความเสี่ยงมาใช้เพื่อปกป้องเงินทุนและจำกัดความเสียหาย เทคนิคเหล่านี้ได้แก่ การตั้งค่า Stop Loss ทุกครั้ง, การกระจายพอร์ตการลงทุน ไม่ทุ่มเงินไปที่สินทรัพย์ตัวเดียว และการหลีกเลี่ยงการใช้เลเวอเรจที่สูงเกินตัว
  • การเทรดตามแนวโน้ม: ให้ระบุแนวโน้มหลักของตลาดในปัจจุบัน แล้วเลือกเปิดสถานะไปในทิศทางเดียวกัน การเทรด "ตามน้ำ" จะช่วยเพิ่มโอกาสชนะและลดความเสี่ยงในการอยู่ผิดฝั่งของตลาด จำไว้เสมอว่า "Trend is your friend" (แนวโน้มคือเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณ)
  • การควบคุมอารมณ์: อารมณ์สามารถครอบงำการตัดสินใจและนำไปสู่พฤติกรรมที่ไร้เหตุผลได้ ความกลัวและความโลภ มักทำให้เทรดเดอร์เสียหาย ดังนั้น คุณต้องรักษา "วินัย", ยึดมั่นใน "แผนการเทรด" (Trading Plan) ที่วางไว้ และหลีกเลี่ยงการตัดสินใจแบบวู่วามเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

คำศัพท์ที่พบบ่อยในการเทรด CFD

ในระหว่างการเทรด CFD คุณมักจะพบกับคำศัพท์เฉพาะทางเหล่านี้

  • สเปรด: ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) คือต้นทุนในการเทรด
  • เลเวอเรจ: เครื่องมือช่วยขยายกำลังซื้อ (เช่น 1:100)
  • Long Position: การเปิดสถานะ "ซื้อ" (เมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น)
  • Short Position: การเปิดสถานะ "ขาย" (เมื่อคาดว่าราคาจะลง)
  • Margin Call: การแจ้งเตือนจากโบรกเกอร์เมื่อเงินทุนในพอร์ตลดต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด คุณต้องฝากเงินเพิ่มหรือปิดออเดอร์เพื่อรักษาบัญชีไว้

เทรด CFD vs การเทรดแบบดั้งเดิม: ต่างกันอย่างไร?

มีความแตกต่างสำคัญหลายประการระหว่าง การเทรด CFD และ การเทรดแบบดั้งเดิม (Traditional Trading) ดังนี้

  • สิทธิความเป็นเจ้าของ:
    แบบดั้งเดิม: นักลงทุนจะได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์อ้างอิงนั้นจริงๆ (เช่น ได้รับใบหุ้น หรือทองคำแท่ง)
    CFD Trading: นักลงทุน "ไม่ได้เป็นเจ้าของ" สินทรัพย์อ้างอิง แต่เป็นการเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาเท่านั้น
  • เลเวอเรจ:

CFD Trading: ระบบเลเวอเรจช่วยให้เทรดเดอร์สามารถควบคุมมูลค่าการซื้อขายขนาดใหญ่ได้โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียงเล็กน้อย
แบบดั้งเดิม: โดยทั่วไปจะไม่มีระบบเลเวอเรจให้ใช้ หรือถ้ามีก็มักจะเป็นอัตราส่วนที่ต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับ CFD

  • Short Selling:
    CFD Trading: เทรดเดอร์สามารถเปิดสถานะ Short (ขาย) เพื่อทำกำไรจากตลาดขาลงได้อย่างง่ายดายและไม่มีข้อจำกัด
    แบบดั้งเดิม: การทำกำไรจากราคาที่ลดลงมักมีข้อจำกัด หรือมีความซับซ้อน (เช่น ต้องทำการยืมหุ้นมาขายก่อน หรือ SBL)
  • การเข้าถึงตลาด:
    CFD Trading: ให้การเข้าถึงตลาดและตราสารทางการเงินที่หลากหลายทั่วโลกผ่านบัญชีเดียว
    แบบดั้งเดิม: มักมีข้อจำกัดตามที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์ในแต่ละประเทศ
  • ต้นทุน:
    CFD Trading: มักมีต้นทุนการทำธุรกรรมที่ต่ำกว่า เนื่องจากตัดค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการถือครองสินทรัพย์จริงออกไป เช่น ค่าธรรมเนียมการดูแลรักษาหลักทรัพย์หรือค่าธรรมเนียมการโอน
    แบบดั้งเดิม: มักมีค่าใช้จ่ายแฝงในการถือครองและการโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ

บทสรุป

CFD Trading คือเครื่องมือการลงทุนที่ทรงพลัง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัว โอกาสทำกำไรทั้งขาขึ้นและขาลง และการเข้าถึงตลาดโลกด้วยเงินทุนเริ่มต้นที่ไม่สูงมาก อย่างไรก็ตาม "ความรู้" และ "การบริหารความเสี่ยง" คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

เริ่มต้นเส้นทางเทรด CFD กับ TIOMarkets

พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งการเทรด CFD หรือยัง? เข้าร่วมกับ TIOMarkets โบรกเกอร์ชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจจากนักเทรดกว่า 170,000 บัญชี ในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก

แพลตฟอร์มของเราให้คุณเทรดสินทรัพย์กว่า 300 รายการ ใน 5 ตลาดหลัก ทั้ง Forex, หุ้น, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์ และฟิวเจอร์ส ด้วยค่าธรรมเนียมที่ต่ำและแข่งขันได้ พร้อมยกระดับทักษะของคุณด้วยแหล่งเรียนรู้ที่ครบครัน

ก้าวแรกสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ เปิดบัญชีเทรดกับ TIOmarkets วันนี้ และเริ่มต้นเทรดไปพร้อมกับเรา!

Inline Question Image

คำสงวนความรับผิด: สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ คุณควรพิจารณาว่าคุณเข้าใจถึงระบบการทำงานของ สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง และพร้อมรับความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินแล้วหรือไม่ อย่าฝากมากกว่าจำนวนเงินที่คุณพร้อมจะสูญเสีย การขาดทุนของลูกค้ามืออาชีพอาจมากกว่าเงินฝากของพวกเขา โปรดดูนโยบายคำเตือนความเสี่ยงของเราและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระหากคุณไม่เข้าใจส่วนใด ข้อมูลนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่หรือใช้โดยผู้ที่อาศัยอยู่ในบางประเทศ/เขตอำนาจศาล โดยรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สหรัฐอเมริกาและ OFAC บริษัทมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายชื่อประเทศข้างต้นตามดุลยพินิจของตนเอง

Join us on social media

image-959fe1934afa64985bb67e820d8fc8930405af25-800x800-png
TIOmarkets (ไทยi)

เบื้องหลังทุกบทความในบล็อก คือประสบการณ์ร่วมของทีมงานมืออาชีพและผู้ที่หลงใหลในตลาดการเงินที่ TIOmarkets เราคือทีมงานที่ทุ่มเทและมุ่งมั่นในการให้ความรู้เกี่ยวกับการเทรดและการวิเคราะห์ตลาดการเงินแก่คุณ เป้าหมายของเราคือส่งมอบความรู้ที่จำเป็น เพื่อให้คุณมีความมั่นใจในการเทรดในตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

24/7 Live Chat