Forex คืออะไร? คู่มือเทรดฉบับสมบูรณ์สำหรับมือใหม่
BY TIOmarkets (ไทยi)
|มกราคม 13, 2569Forex หรือ Foreign Exchange คือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระดับโลก ซึ่งถือเป็นตลาดการเงินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีมูลค่าการซื้อขายหมุนเวียนหลายล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน การทำความเข้าใจพื้นฐานของ Forex จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับผู้ที่สนใจโลกแห่งการเทรดและการลงทุน
Forex คืออะไร?
นิยามและภาพรวมของ Forex
การเทรด Forex คือกระบวนการซื้อสกุลเงินหนึ่งและขายอีกสกุลหนึ่งไปพร้อมๆ กัน โดยสกุลเงินจะถูกซื้อขายเป็น "คู่" (Currency Pairs) เสมอ เช่น EUR/USD หรือ GBP/JPY
Base Currency (สกุลเงินหลัก): คือสกุลเงินตัวแรกในคู่เงิน
Quote Currency (สกุลเงินรอง): คือสกุลเงินตัวที่สอง
อัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate) จะสะท้อนมูลค่าของสกุลเงินหนึ่งเมื่อเทียบกับอีกสกุลเงินหนึ่ง ตัวอย่างเช่น หากคู่เงิน EUR/USD มีราคาอยู่ที่ 1.1500 หมายความว่า เงิน 1 ยูโร มีค่าเท่ากับ 1.15 ดอลลาร์สหรัฐ
นักเทรดจะทำกำไรจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยมีเป้าหมายคือการซื้อในราคาที่ต่ำและขายในราคาที่สูง หรือขายแพงและซื้อคืนถูก
ประวัติความเป็นมาของตลาด Forex
การแลกเปลี่ยนเงินตรามีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายศตวรรษ ในอดีตตลาดนี้ถูกขับเคลื่อนโดยบริษัทข้ามชาติและสถาบันการเงินเป็นหลักเพื่อใช้ในการค้าระหว่างประเทศ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ปัจจุบันตลาด Forex จึงเปิดกว้างให้นักลงทุนรายย่อยทั่วโลกเข้าถึงได้
จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด Forex ยุคใหม่เริ่มขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970 เมื่อข้อตกลง Bretton Woods ยุติลง นำไปสู่ระบบ "อัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว" (Floating Exchange Rates) ซึ่งอนุญาตให้ค่าเงินผันผวนตามกลไกตลาด ปูทางสู่ตลาดแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Over-the-Counter) ที่เราเห็นในปัจจุบัน
ด้วยปริมาณการซื้อขายที่สูงกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ตลาด Forex จึงเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก และดึงดูดนักลงทุนจากทุกสาขาอาชีพที่ต้องการแสวงหากำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาคู่เงิน
กลไกการเทรด Forex
ความสำคัญของคู่สกุลเงิน
คู่สกุลเงินเป็นหัวใจสำคัญของการเทรด โดยแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ ดังนี้:
- Major Pairs (คู่เงินหลัก): เช่น EUR/USD และ GBP/USD มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดและมีสภาพคล่องสูงที่สุด
- Minor & Exotic Pairs (คู่เงินรองและคู่เงินเกิดใหม่): มักมีสภาพคล่องต่ำกว่าและมีความผันผวน (Volatility) สูงกว่า
การเข้าใจพฤติกรรมของคู่เงินเป็นสิ่งจำเป็น นักเทรดต้องวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ เช่น ตัวเลขเศรษฐกิจ, เหตุการณ์ทางการเมือง และอารมณ์ของตลาด (Market Sentiment) เพื่อคาดการณ์ทิศทางราคาได้อย่างแม่นยำ
หลักการทำงานของการเทรด Forex
การเทรด Forex คือการ "เก็งกำไร" ทิศทางราคาในอนาคต ซึ่งทำได้ 2 ทาง คือ Buy (Long) ซื้อเมื่อคาดว่าราคาจะสูงขึ้น และ Sell (Short) ขายเมื่อคาดว่าราคาจะลดลง
ตลาด Forex เปิดทำการ 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ เนื่องจากตลาดหมุนเวียนไปตามโซนเวลาต่างๆ ทั่วโลก นักเทรดมืออาชีพมักใช้กลยุทธ์ผสมผสานระหว่าง การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) ซึ่งดูกราฟราคาในอดีต และ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ซึ่งดูข่าวเศรษฐกิจ เพื่อสร้างระบบเทรดที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของตนเอง
ศัพท์เทคนิคที่ควรรู้ในการเทรด Forex
Pips, Lots และ Leverage
- Pips : หน่วยที่เล็กที่สุดของการเคลื่อนไหวราคา ส่วนใหญ่คือทศนิยมตำแหน่งที่ 4 เช่น EUR/USD ขยับจาก 1.2500 ไป 1.2501 เรียกว่าขยับ 1 Pip
- Lots หรือ ล็อต: ขนาดสัญญามาตรฐานในการเทรด
- Standard Lot: 100,000 หน่วย
- Mini Lot: 10,000 หน่วย
- Micro Lot: 1,000 หน่วย
- Leverage หรือ เลเวอเรจ: เครื่องมือทุ่นแรงที่ช่วยให้นักเทรดถือครองสถานะ (Position) ที่ใหญ่กว่าเงินทุนที่มีจริงได้ การใช้ Leverage ช่วยขยายทั้ง "กำไร" และ "ขาดทุน" ดังนั้นจึงต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
เข้าใจ Bid และ Ask (ราคาเสนอซื้อ/เสนอขาย)
Bid Price คือราคาที่นักเทรดสามารถทำการ "ขาย" คู่สกุลเงินนั้นได้ ในขณะที่ Ask Price คือราคาที่เทรดเดอร์สามารถทำการ "ซื้อ" ได้ ราคา Bid จะถูกแสดงเป็นตัวเลขแรกเสมอ ตามด้วยราคา Ask ตัวอย่างเช่น หากราคาของคู่เงิน USD/JPY อยู่ที่ 110.25 / 110.30
หมายความว่าคุณสามารถ ขาย 1 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกรับเงิน 110.25 เยน
หรือต้องใช้เงิน 110.30 เยน เพื่อ ซื้อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask นี้เรียกว่า Spread หรือ สเปรด การพิจารณาค่า Spread เป็นสิ่งสำคัญมากในการส่งคำสั่งซื้อขาย เนื่องจาก Spread ถือเป็น ต้นทุนในการเทรด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผลกำไรของคุณ โดยปกตินักเทรดจะนิยมเทรดในช่วงที่มีค่า Spread แคบหรือต่ำ (Tighter Spreads) มากกว่า เพราะช่วยลดต้นทุนในการเข้าและออกจากสถานะ (Positions) ได้ดีกว่านั่นเอง
บทบาทของโบรกเกอร์ Forex
โบรกเกอร์ Forex มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในโลกของการเทรดค่าเงิน โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างนักลงทุนรายย่อยกับตลาด Forex ขนาดใหญ่ระดับโลก
หน้าที่หลักของโบรกเกอร์คือการให้บริการเข้าถึงแพลตฟอร์มการเทรด ช่วยให้นักเทรดสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นักเทรดยังสามารถเข้าถึงข้อมูลตลาดแบบ Real-time ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นราคาเสนอซื้อขาย, กราฟราคาและข่าวสารอัปเดต ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการตัดสินใจเทรดอย่างแม่นยำ
ยิ่งไปกว่านั้น โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มักมีเครื่องมือและทรัพยากรเสริมที่หลากหลายเพื่อยกระดับประสบการณ์การเทรดของลูกค้า เช่น เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis Tools), ปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendars) สื่อการเรียนรู้และบทวิเคราะห์เจาะลึกจากผู้เชี่ยวชาญ เป้าหมายของการให้บริการทรัพยากรเหล่านี้ คือการเสริมสร้างความรู้และมอบข้อมูลเชิงลึกให้กับนักเทรด เพื่อให้สามารถรับมือกับความซับซ้อนของตลาด Forex และก้าวไปสู่ความสำเร็จในการลงทุนได้
วิธีเลือกโบรกเกอร์ที่ใช่
การเลือกโบรกเกอร์ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
- ใบอนุญาต (Regulation): สำคัญที่สุด ต้องเลือกโบรกเกอร์ที่ถูกกำกับดูแลโดยหน่วยงานที่น่าเชื่อถือเพื่อความปลอดภัยของเงินทุน
- ฝ่ายบริการลูกค้า (Support): ควรติดต่อได้ง่ายและมีความรู้จริง เพื่อช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา
- แพลตฟอร์มการเทรด: ต้องเสถียร ส่งคำสั่งรวดเร็ว มีเครื่องมือครบครัน
- ความปลอดภัย: มีระบบเข้ารหัสข้อมูลและแยกบัญชีเงินฝากลูกค้าออกจากบัญชีบริษัท (Segregated Accounts)
ความเสี่ยงและผลตอบแทนจากการเทรด Forex
โอกาสทำกำไรในตลาด Forex
การเทรด Forex เปิดโอกาสให้สร้างผลกำไรได้อย่างมหาศาล นักเทรดที่ประสบความสำเร็จมักเลือกใช้กลยุทธ์ที่หลากหลาย เช่น การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis), การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) หรือการใช้ทั้งสองอย่างผสมผสานกันเพื่อค้นหาจังหวะในการทำกำไร อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการบริหารความคาดหวังและต้องเข้าใจความจริงที่ว่า "การขาดทุน" ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเทรดเช่นกัน
การเข้าใจและบริหารความเสี่ยงในการเทรด
การเทรด Forex มีความเสี่ยงในตัวของมันเองดังนั้นการมีแผนบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่น การตั้ง Stop Loss เพื่อจำกัดความเสียหาย, การคำนวณขนาดออเดอร์ให้เหมาะสม (Position Sizing) ไม่เทรดหนักเกินตัว และการหลีกเลี่ยงการเทรดมากเกินไป (Overtrading)
การหมั่นศึกษาหาความรู้และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความเสี่ยงและสามารถพัฒนากลยุทธ์การบริหารเงินทุนที่มีประสิทธิภาพได้
Forex คือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระดับโลก การปูพื้นฐานความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคู่เงิน (Currency Pairs), กลไกการทำงานของตลาด และคำศัพท์ทางเทคนิค คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณก้าวเข้าสู่ตลาดนี้ได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ การเลือกโบรกเกอร์ที่ใช่ ควบคู่ไปกับ การบริหารความเสี่ยงที่ดี ยังเป็นปัจจัยชี้ขาดสำหรับนักเทรดที่มุ่งหวังจะคว้าโอกาสทำกำไรและผลตอบแทนจากตลาด Forex
เริ่มต้นเส้นทางการเทรดดับ TIOmarkets
พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งการเทรด Forex แล้วหรือยัง? ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ TIOMarkets โบรกเกอร์ชั้นนำที่มีผู้เปิดบัญชีแล้วกว่า 170,000 ราย ในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก
สัมผัสประสบการณ์การเทรดบนแพลตฟอร์มที่มาพร้อมผลิตภัณฑ์ทางการเงินมากกว่า 300 รายการใน 5 ตลาดหลักด้วยค่าธรรมเนียมต่ำสุดพิเศษ เริ่มต้นก้าวแรกสู่ความสำเร็จในการลงทุน เปิดบัญชีเทรดวันนี้ และไขกุญแจสู่การเทรดที่มีประสิทธิภาพกับ TIOmarkets

คำสงวนความรับผิด: สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ คุณควรพิจารณาว่าคุณเข้าใจถึงระบบการทำงานของ สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง และพร้อมรับความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินแล้วหรือไม่ อย่าฝากมากกว่าจำนวนเงินที่คุณพร้อมจะสูญเสีย การขาดทุนของลูกค้ามืออาชีพอาจมากกว่าเงินฝากของพวกเขา โปรดดูนโยบายคำเตือนความเสี่ยงของเราและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระหากคุณไม่เข้าใจส่วนใด ข้อมูลนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่หรือใช้โดยผู้ที่อาศัยอยู่ในบางประเทศ/เขตอำนาจศาล โดยรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สหรัฐอเมริกาและ OFAC บริษัทมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายชื่อประเทศข้างต้นตามดุลยพินิจของตนเอง
Join us on social media

เบื้องหลังทุกบทความในบล็อก คือประสบการณ์ร่วมของทีมงานมืออาชีพและผู้ที่หลงใหลในตลาดการเงินที่ TIOmarkets เราคือทีมงานที่ทุ่มเทและมุ่งมั่นในการให้ความรู้เกี่ยวกับการเทรดและการวิเคราะห์ตลาดการเงินแก่คุณ เป้าหมายของเราคือส่งมอบความรู้ที่จำเป็น เพื่อให้คุณมีความมั่นใจในการเทรดในตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ
Related Posts





