logo
การเทรด
ความรู้และเครื่องมือ
ศูนย์ช่วยเหลือ
พาร์ทเนอร์

ค่าธรรมเนียมการเทรด

เทรดได้คุ้มค่าทุกกลยุทธ์ ด้วยค่าธรรมเนียมต่ำ

สเปรด

สเปรดคืออะไร?

TIOmarkets และโบรกเกอร์อื่น ๆ แสดงราคา 2 ลักษณะสำหรับสินทรัพย์แต่ละรายการบนแพลตฟอร์ม ได้แก่ ราคาที่คุณซื้อได้ (Ask) และราคาที่คุณขายได้ (Bid) โดยทั่วไป ราคา Bid จะต่ำกว่าราคา Ask ส่วนต่างระหว่างสองราคานี้เรียกว่า สเปรด.

วิธีคำนวณสเปรด

คำนวณสเปรดโดยนำราคา Ask ลบด้วยราคา Bid สเปรดอาจแสดงเป็นจำนวนเงิน เช่น 5 เซนต์ หรือเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคา Ask เช่น 0.5% แต่โดยทั่วไปจะแสดงเป็นหน่วยการเปลี่ยนแปลงของราคา ในการเทรดฟอเร็กซ์ สเปรดจะแสดงเป็น pip หรือจุด (points) โดยจุดเป็นหน่วยย่อยของ pip ส่วนการเทรดหุ้น สเปรดจะแสดงเป็นช่วงราคา (ticks)

ตัวอย่างการคำนวณสเปรด

arrows

สเปรด = ราคา Ask − ราคา Bid

สอบถามราคา = 1.08097

ราคาประมูล = 1.08096

สเปรด = 1.08097 - 1.08096

สเปรด = 0.00001

หรือ 0.1 pip

สเปรดมีผลต่อต้นทุนการเทรดอย่างไร?

สเปรดคือต้นทุนจากส่วนต่างราคาซื้อและราคาขายของสินทรัพย์ เมื่อซื้อ คุณจะซื้อที่ราคา Ask และเมื่อขาย คุณจะขายที่ราคา Bid ส่วนต่างนี้จึงเป็นต้นทุนในการเปิดและปิดสถานะ หากพิจารณาเฉพาะต้นทุนสเปรด ราคาต้องเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คุณได้เปรียบอย่างน้อยเท่ากับสเปรด จึงจะถึงจุดคุ้มทุน

ขนาดของสเปรดมีผลโดยตรงต่อต้นทุนการเทรด สเปรดแคบหมายถึงต้นทุนต่ำ ส่วนสเปรดกว้างหมายถึงต้นทุนสูง ยิ่งสเปรดกว้าง ราคายิ่งต้องเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คุณได้เปรียบมากขึ้นจึงจะถึงจุดคุ้มทุน

arrows

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสเปรด

  • แรงซื้อ แรงขาย และสภาพคล่องในตลาดมีผลต่อสเปรด

  • สเปรดเปลี่ยนแปลงได้ตามภาวะตลาด

  • สเปรดอาจกว้างขึ้นเมื่อตลาดมีความผันผวนสูง

  • การประกาศข่าวสำคัญอาจส่งผลต่อสเปรดอย่างมาก

  • ช่วงเวลาของวันอาจมีผลต่อความกว้างหรือแคบของสเปรด

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับสเปรด

ค่าคอมมิชชัน

ค่าคอมมิชชันการเทรดคืออะไร?

ค่าคอมมิชชันการเทรดคือค่าธรรมเนียมสำหรับการเทรดแต่ละครั้ง โดยเรียกเก็บตามเงื่อนไขของบัญชีและสินทรัพย์ที่เทรด ค่าคอมมิชชันการเทรด อาจแตกต่างกันตามประเภทบัญชี แพลตฟอร์ม และขนาดการเทรด โดยเป็นต้นทุนที่ต้องนำมาคำนวณเพิ่มเติมจากสเปรด

คำนวณค่าคอมมิชชันการเทรดอย่างไร?

ค่าคอมมิชชันบนแพลตฟอร์ม MT4 หรือ MT5 มีอัตราคงที่ตามประเภทบัญชีที่ใช้เทรด ดูอัตราค่าคอมมิชชันของแต่ละประเภทบัญชีด้านล่าง

บัญชี

Nano

ค่าคอมมิชชัน

$0

แพลตฟอร์ม

MT4 & MT5

บัญชี

Standard

ค่าคอมมิชชัน

$5

แพลตฟอร์ม

MT4 & MT5

บัญชี

Raw

ค่าคอมมิชชัน

$2

แพลตฟอร์ม

MT4 & MT5

บัญชี

VIP Black

ค่าคอมมิชชัน

$0

แพลตฟอร์ม

MT4 & MT5

ดูรายละเอียดบัญชีเทรดของ TIOmarkets และเลือกบัญชีที่เหมาะกับคุณได้ที่หน้า ภาพรวมบัญชี ของเรา

ค่าคอมมิชชันมีผลต่อต้นทุนการเทรดอย่างไร?

ค่าคอมมิชชันที่มีอัตราคงที่ช่วยให้คาดการณ์ต้นทุนการเทรดได้ คุณจะทราบแน่ชัดว่าการเทรดแต่ละครั้งมีค่าคอมมิชชันเท่าใด จึงช่วยในการวางแผนการเทรด

ค่าคอมมิชชันคิดต่อล็อตสำหรับการเปิดและปิดสถานะครบหนึ่งรอบ โดยอัตราขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีตามตารางด้านบน ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้บัญชี Raw

arrows

ตัวอย่างค่าคอมมิชชันตามขนาดล็อต

ค่าคอมมิชชันสำหรับการเปิดและปิดสถานะครบหนึ่งรอบ ขนาด 1.0 ล็อต = $6

ค่าคอมมิชชั่นต่อรอบ 0.1 ล็อต = $0.60

ค่าคอมมิชชั่นต่อรอบ 0.01 ล็อต = $0.06

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าคอมมิชชัน

  • เรียกเก็บค่าคอมมิชชันเต็มจำนวนเมื่อเปิดสถานะ

  • ค่าคอมมิชชันครอบคลุมทั้งการเปิดและปิดสถานะ

  • ค่าคอมมิชชันคิดตามอัตราคงที่ต่อล็อต โดยรวมทั้งการเปิดและปิดสถานะ

  • ยิ่งปริมาณการเทรดสูง ยอดค่าคอมมิชชันรวมก็ยิ่งสูงขึ้น แม้อัตราค่าคอมมิชชันต่อล็อตจะคงเดิม

  • ต้องนำค่าคอมมิชชันอัตราคงที่และสเปรดมารวมเป็นต้นทุนการเทรด

  • ค่าคอมมิชชันส่งผลต่อกำไรจากการเทรด ค่าคอมมิชชันที่ต่ำกว่าจึงช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าคอมมิชชัน

สว็อป

สว็อปคืออะไร?

สว็อป คือดอกเบี้ยที่คุณจ่ายหรือได้รับเมื่อถือสถานะข้ามคืน อัตราดอกเบี้ยเหล่านี้กำหนดโดยธนาคารกลางและนำมาใช้กับสถานะที่เปิดอยู่ สินทรัพย์ที่เทรดเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะจ่ายหรือได้รับสว็อปเมื่อถือสถานะต่อไปยังวันเทรดถัดไป ส่วนขนาดล็อตและระยะเวลาที่ถือสถานะเป็นตัวกำหนดจำนวนเงินที่ได้รับหรือถูกหัก

คำนวณสว็อปอย่างไร?

ลองดูตัวอย่างสมมติของการเทรดคู่เงิน USDJPY หรือดอลลาร์สหรัฐฯ กับเยนญี่ปุ่น โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายของทั้งสองสกุลเงินกำหนดโดยธนาคารกลางที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)

สมมติว่า Fed กำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ 5% ต่อปี และ BOJ กำหนดไว้ที่ 0% ดอลลาร์สหรัฐจึงให้ดอกเบี้ยปีละ 5% ส่วนเงินเยนไม่ให้ดอกเบี้ย ในทางกลับกัน การกู้ยืมดอลลาร์สหรัฐมีดอกเบี้ย 5% ต่อปี ขณะที่การกู้ยืมเงินเยนไม่มีดอกเบี้ยรายปี ดังนั้น การขายเงินเยนและซื้อดอลลาร์สหรัฐพร้อมกันจึงมีส่วนต่างสว็อปเป็นบวก 5% ต่อปี ส่วนการขายดอลลาร์สหรัฐและซื้อเงินเยนพร้อมกันจะมีสว็อปเป็นลบ 5% ต่อปี

สว็อปคำนวณเป็น pip หรือจุด (points) และเพิ่มเข้าหรือหักออกจากสถานะที่เปิดอยู่ทุกวันเวลา 22:00 GMT โดยปกติวันพุธจะคิดสว็อปสามเท่าเพื่อรวมช่วงสุดสัปดาห์ ทั้งนี้ วันที่คิดสว็อปสามเท่าอาจแตกต่างกันตามสินทรัพย์ หากต้องการข้อมูลสว็อปล่าสุด โปรดตรวจสอบ รายละเอียดสัญญา บนแพลตฟอร์ม MT4 หรือ MT5

ดูอัตราสว็อปปัจจุบันได้โดยคลิกขวาที่รหัสสินทรัพย์ (Symbol) ที่ต้องการในหน้าต่าง Market Watch แล้วเลือก Specification (รายละเอียดสัญญา) จากเมนูที่ปรากฏ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสว็อป

  • สถานะที่เปิดอยู่อาจได้รับสว็อป (บวก) หรือถูกเรียกเก็บสว็อป (ลบ)

  • สว็อปจะถูกเพิ่มเข้าหรือหักออกจากสถานะที่ถือข้ามเวลา 22:00 GMT ไปยังวันเทรดถัดไป โดยคิดทุกวัน ยกเว้นวันสุดสัปดาห์หรือวันที่ตลาดปิด

  • สว็อปเกี่ยวข้องกับอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางกำหนด

  • แต่ละสกุลเงินมีอัตราดอกเบี้ยของตนเอง

  • ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเป็นตัวกำหนดยอดสว็อปที่ได้รับหรือถูกเรียกเก็บ

  • ขนาดล็อตเป็นตัวกำหนดยอดสว็อปที่จ่ายหรือได้รับ

  • สว็อปเกี่ยวข้องกับสถานะที่เปิดอยู่และมีผลต่อกำไรหรือขาดทุนจากการเทรด

  • สว็อปจะเกิดขึ้นต่อเนื่องตราบใดที่ยังถือสถานะข้ามคืน

specifications
ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับสว็อป

ค่าธรรมเนียมการฝากและถอนเงิน

ค่าธรรมเนียมฝากเงินสกุลทั่วไป (Fiat)

ศูนย์ หากจำนวนเงินคือ USD 20 ขึ้นไป

เงินฝากขั้นต่ำ

USD 20 หรือสกุลเงินที่เทียบเท่า

ค่าธรรมเนียมถอนเงินสกุลทั่วไป (Fiat)

ศูนย์* หากจำนวนเงินคือ USD 20 ขึ้นไป

เงินถอนขั้นต่ำ

USD 20 หรือสกุลเงินที่เทียบเท่า

ค่าธรรมเนียมเมื่อบัญชีไม่มีการเคลื่อนไหวครบ 3 เดือน**

USD 30 ต่อเดือน

* คุณอาจถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการดำเนินการ 25 เหรียญสหรัฐ หากคุณได้ฝากเงินเข้าบัญชีของคุณและยังไม่ได้ทำการซื้อขายหรือต้องการถอนเงินน้อยกว่า 20 เหรียญสหรัฐ หรือต้องการถอนออกในสกุลเงินดิจิทัล

** บัญชีจะถือว่าไม่ใช้งานหากไม่มีตำแหน่งที่เปิดและไม่มีการซื้อขายในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา