logo
การเทรด
ความรู้และเครื่องมือ
ศูนย์ช่วยเหลือ
พาร์ทเนอร์

Leverage สูงหรือต่ำดีกว่ากัน? เปรียบเทียบ 1:100, 1:500 และ 1:1000

BY Tee Arjchaidan (ธีร์ อาจชายแดน)

|ตุลาคม 19, 2026

Leverage ในตลาด Forex มักแสดงเป็นอัตราส่วน เช่น 1:100, 1:500 และ 1:1000 ซึ่งบอกว่าเทรดเดอร์สามารถเปิดสถานะที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินหลักประกัน (Margin) ได้กี่เท่า ยิ่งอัตราส่วนสูง จำนวน Margin ที่ต้องใช้เพื่อเปิดสถานะขนาดเดียวกันก็ยิ่งลดลง

อย่างไรก็ตาม Leverage สูงไม่ได้ทำให้กำไรหรือขาดทุนต่อ Pip เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับขนาด Lot ที่เปิดจริง บทความนี้จะเปรียบเทียบทั้งสามอัตราส่วนให้ดูเป็นตัวอย่าง เพื่อให้เห็นความแตกต่างของMargin และความเสี่ยงอย่างชัดเจน

อัตราส่วน Leverage 1:100, 1:500 และ 1:1000 หมายถึงอะไร?

อัตราส่วน Leverage แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง Margin กับมูลค่าสถานะที่เปิดได้ เช่น 1:100 หมายความว่า Margin $1 สามารถรองรับสถานะมูลค่า $100 ได้ ขณะที่ 1:500 และ 1:1000 ก็สามารถรองรับมูลค่า $500 และ $1,000 ได้ตามลำดับ หากใช้ Margin $100 เท่ากัน ผลลัพธ์จะเป็นดังนี้

Leverageมูลค่าสถานะตามอัตราส่วนMargin Requirement
1:100$10,0001%
1:500$50,0000.2%
1:1000$100,0000.1%

ตารางนี้แสดงกำลังซื้อในทางทฤษฎีโดยยังไม่รวมข้อจำกัดของโบรกเกอร์และต้นทุนการซื้อขาย ทั้งนี้ การมี Leverage สูงไม่ได้บังคับให้ต้องเปิดสถานะจนเต็มวงเงินที่รองรับ แต่ช่วยให้เทรดเดอร์ใช้ Margin น้อยลงเมื่อเลือกเปิดสถานะขนาดเดิม

เปรียบเทียบ Margin ของ Leverage 1:100, 1:500 และ 1:1000

ลองสมมติว่าเราเปิด EURUSD จำนวน 1 Standard Lot หรือ 100,000 EUR ที่ราคา 1.1000 ด้วยบัญชีสกุล USD มูลค่าสถานะจะเท่ากับ $110,000 ดังนั้น แม้ขนาด Lot จะไม่เปลี่ยน จำนวน Margin ที่ต้องวางก็ขึ้นอยู่กับอัตราส่วน Leverage ที่เลือก

วิธีคำนวณ Margin จาก Leverage

Margin = มูลค่าสถานะ ÷ อัตราส่วน Leverage

LeverageMargin สำหรับ EURUSD 1 Lotมูลค่าการเปลี่ยนแปลง 1 Pip
1:100$1,100ประมาณ $10
1:500$220ประมาณ $10
1:1000$110ประมาณ $10

จะเห็นว่า Leverage 1:1000 ใช้ Margin น้อยกว่า 1:100 ถึง 10 เท่า แต่หากเปิด 1 Lot เท่ากัน มูลค่าต่อ Pip ยังคงประมาณ $10 เท่าเดิม สิ่งที่ต่างออกไปจึงเป็น Used Margin และ Free Margin ที่เหลือในบัญชี ไม่ใช่ความเร็วในการเกิดกำไรหรือขาดทุนจากการขยับของราคา

ตัวอย่างนี้สมมติว่าใช้ Leverage คงที่กับ EURUSD และยังไม่รวม Spread, Commission, Swap หรือ Margin Requirement พิเศษ

Leverage สูงหรือต่ำ ส่งผลต่อความเสี่ยงในการเทรดอย่างไร?

ประเด็นที่ต้องแยกให้ออกคือ Leverage ที่บัญชีอนุญาต กับ ขนาดสถานะที่เทรดเดอร์เปิดจริง เพราะหากเปิด EURUSD 1 Lot เท่ากัน การเคลื่อนไหวสวนทาง 100 Pips จะทำให้ขาดทุนประมาณ $1,000 ไม่ว่าจะใช้ Leverage 1:100, 1:500 หรือ 1:1000 ก็ตาม

ตัวอย่างเช่น เมื่อเริ่มต้นด้วย Equity $5,000 และเปิดสถานะเดียวกัน การขาดทุน $1,000 จะทำให้ Equity เหลือประมาณ $4,000 ในทุกกรณี ทว่า Used Margin จะต่างกัน โดยบัญชี 1:100 ใช้ $1,100 ขณะที่ 1:500 ใช้ $220 และ 1:1000 ใช้ $110 ดังนั้น Leverage สูงกว่าจึงไม่ได้ทำให้เข้าใกล้ Margin Call เร็วกว่าโดยอัตโนมัติ หากเงินทุนและขนาดสถานะเท่าเดิม

ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทรดเดอร์นำ Margin ที่เหลือไปเปิดหลายสถานะหรือเพิ่มขนาด Lot จนเกินกำลังของบัญชี ด้วยเหตุนี้ การกำหนด Position Size และขีดจำกัดความเสี่ยงต่อครั้งจึงสำคัญกว่าการมองตัวเลข Leverage เพียงอย่างเดียว และแม้จะใช้ Stop Loss ก็ยังมีความเสี่ยงจาก Slippage ในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวรุนแรง

Leverage 1:100 เหมาะกับการเทรดแบบไหน?

Leverage 1:100 ต้องวาง Margin 1% ของมูลค่าสถานะ หรือ $1,100 สำหรับ EURUSD 1 Lot ตามตัวอย่างข้างต้น หากมี Equity $5,000 ก็จะเหลือ Free Margin ประมาณ $3,900 ก่อนหักต้นทุนและผลกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น

เพราะต้องใช้ Margin มากกว่าระดับ 1:500 และ 1:1000 อัตราส่วนนี้จึงจำกัดความสามารถในการเปิดสถานะขนาดใหญ่มาก ๆ ด้วยเงินทุนก้อนเดิมได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้ทำให้ 1:100 ปลอดภัยโดยตัวมันเอง หากเลือก Lot ใหญ่เกินไปก็ยังขาดทุนหนักได้เช่นกัน

Leverage 1:500 เหมาะกับการเทรดแบบไหน?

Leverage 1:500 ใช้ Margin เพียง 0.2% หรือประมาณ $220 เมื่อเปิด EURUSD 1 Lot เท่าเดิม สำหรับบัญชี Equity $5,000 จึงเหลือ Free Margin ราว $4,780 ซึ่งช่วยให้บริหารเงินหลักประกันได้ยืดหยุ่นกว่า 1:100

ความยืดหยุ่นนี้มีประโยชน์เมื่อเทรดเดอร์ต้องการคง Free Margin ไว้รองรับความผันผวน แต่ก็มีอีกด้านหนึ่ง เพราะการเปิดหลาย Lots ทำได้ง่ายขึ้น เช่น ถ้าเพิ่มจาก 1 Lot เป็น 5 Lots มูลค่าต่อ Pip จะเพิ่มจากประมาณ $10 เป็น $50 ทันที ดังนั้น จุดสำคัญจึงอยู่ที่การรักษาขนาดสถานะให้เหมาะสม ไม่ใช่ใช้ Margin ให้เต็มที่

Leverage 1:1000 เหมาะกับการเทรดแบบไหน?

Leverage 1:1000 ต้องใช้ Margin เพียง 0.1% โดยในตัวอย่าง EURUSD 1 Lot จะวางหลักประกันประมาณ $110 เท่านั้น จึงเป็นอัตราส่วนที่ให้ความยืดหยุ่นด้าน Margin สูงมาก และทำให้บัญชีที่มีเงินทุนจำกัดสามารถเปิดสถานะขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น

แต่ความยืดหยุ่นดังกล่าวก็มาพร้อมความเสี่ยงจากการขยายสถานะเกินตัวเช่นกัน เพราะแม้ราคาเคลื่อนไหวสวนทางเพียง 10 Pips สถานะ 1 Lot ก็จะขาดทุนประมาณ $100 แล้ว ซึ่งเกือบเท่ากับ Margin ที่วางไว้ ทั้งนี้ Margin ไม่ใช่เพดานขาดทุน และการขาดทุนจะกระทบ Equity ของบัญชีโดยตรง ผู้ใช้ Leverage ระดับนี้จึงต้องควบคุม Lot อย่างรอบคอบเป็นพิเศษ

Dynamic Leverage คืออะไร? ทำไมอัตราส่วนจึงเปลี่ยนแปลงได้?

โบรกเกอร์บางแห่งไม่ได้ใช้อัตราส่วน Leverage คงที่ตลอดเวลา แต่ใช้ระบบ Dynamic Leverage ซึ่งปรับอัตราส่วนตามเงื่อนไข เช่น ขนาดสถานะรวม หรือ Equity ของบัญชี เมื่อยอดเงินหรือสถานะเพิ่มขึ้นถึงเกณฑ์ที่กำหนด ระบบอาจลด Leverage และเพิ่ม Margin Requirement ตามลำดับ

แนวทางนี้ช่วยให้สถานะขนาดเล็กเข้าถึง Leverage สูงได้ ขณะเดียวกันก็จำกัดการใช้ Leverage กับสถานะที่มีมูลค่ามากขึ้น อย่างไรก็ดี แต่ละโบรกเกอร์กำหนดเกณฑ์ต่างกัน เทรดเดอร์จึงควรตรวจสอบตาราง Margin โดยเฉพาะเมื่อถือหลายสถานะพร้อมกัน

ข้อจำกัดของ Leverage ตามกฎของหน่วยงานกำกับดูแล

อัตราส่วน Leverage ที่สามารถใช้ได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับกฎของเขตอำนาจที่ให้บริการด้วย ตัวอย่างเช่น ลูกค้ารายย่อยที่เทรด CFD อ้างอิงคู่สกุลเงินหลักในสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และออสเตรเลีย โดยทั่วไปอยู่ภายใต้เพดาน Leverage 1:30 ส่วนสินทรัพย์อื่นอาจมีข้อจำกัดต่ำกว่านี้

ในบางเขตอำนาจ โบรกเกอร์อาจเสนอ 1:500 หรือ 1:1000 ได้ แต่ข้อกำหนดด้านการคุ้มครองลูกค้าอาจแตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนเลือกใช้ Leverage สูง ควรตรวจสอบว่าเปิดบัญชีกับนิติบุคคลใด อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานไหน และมีเงื่อนไข Margin Call, Stop Out และการป้องกันยอดคงเหลือติดลบอย่างไร

Leverage ของ TIOmarkets มีอัตราส่วนเท่าไหร่บ้าง?

TIOmarkets มีอัตราส่วน Leverage แตกต่างกันตามประเภทบัญชี โดยบัญชี Raw และ VIP Black รองรับสูงสุด 1:500 ส่วนบัญชี Nano รองรับสูงสุด 1:500 ตามคำขอและเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม ขณะที่บัญชี Standard บน MT5 สามารถเลือกใช้ Unlimited Leverage ได้สำหรับสินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข ทั้งนี้ TIOmarkets เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่ให้ “เลเวอเรจไม่จำกัด”

ระดับเงินในบัญชี (USD)Margin RequirementLeverage
$0–9990%ไม่จำกัด
$1,000–2,4990.05%1:2000
$2,500–4,9990.1%1:1000
$5,000–19,9990.2%1:500
$20,000 ขึ้นไป0.5%1:200

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมทุกสัญลักษณ์ และอาจมีการจำกัด Leverage สำหรับการเปิดสถานะใหม่ในช่วงข่าวสำคัญหรือสุดสัปดาห์ เทรดเดอร์จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก หน้า Unlimited Leverage ของ TIOmarkets ก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย

Inline Question Image

คำถามที่พบบ่อย

  • Leverage 1:100 กับ 1:500 ต่างกันอย่างไร?

  • Leverage 1:500 ดีไหม?

  • Leverage สูงหรือต่ำดีกว่ากัน?

  • เทรดเดอร์รายย่อยสามารถใช้ Leverage สูงสุดเท่าไหร่?

  • Dynamic Leverage ทำงานอย่างไร?

คำสงวนความรับผิด: สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ คุณควรพิจารณาว่าคุณเข้าใจถึงระบบการทำงานของ สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง และพร้อมรับความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินแล้วหรือไม่ อย่าฝากมากกว่าจำนวนเงินที่คุณพร้อมจะสูญเสีย การขาดทุนของลูกค้ามืออาชีพอาจมากกว่าเงินฝากของพวกเขา โปรดดูนโยบายคำเตือนความเสี่ยงของเราและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระหากคุณไม่เข้าใจส่วนใด ข้อมูลนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่หรือใช้โดยผู้ที่อาศัยอยู่ในบางประเทศ/เขตอำนาจศาล โดยรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สหรัฐอเมริกาและ OFAC บริษัทมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายชื่อประเทศข้างต้นตามดุลยพินิจของตนเอง

Join us on social media

Social Media
Social Media
Social Media
Social Media
Social Media
Social Media
Social Media
Social Media
Authors BIO
Tee Arjchaidan (ธีร์ อาจชายแดน)
Tee Arjchaidan (ธีร์ อาจชายแดน)LinkedIn
Financial Editor

"ธีร์" ทำงานในแวดวงการเงินมาตั้งแต่ปี 2018 เชี่ยวชาญด้านการวิจัยตลาดการเงิน รวมถึงการสร้างสรรค์และจัดทำเนื้อหาให้ความรู้ทางการเงิน มีผลงานตีพิมพ์ทั้งด้านการวิเคราะห์เชิงปริมาณและการวิเคราะห์ทางเทคนิค ตลอดจนการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบการเทรด