ดาวโจนส์ คืออะไร? สอนวิธีการเทรดดัชนีหุ้นดาวโจนส์ DJIA บน MT5
BY Tee Arjchaidan (ธีร์ อาจชายแดน)
|พฤศจิกายน 6, 2026Dow Jones หรือ ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ คือหนึ่งในดัชนีสำคัญที่นักลงทุนใช้ติดตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพราะรวมบริษัทขนาดใหญ่จากหลายธุรกิจ ทั้งการเงิน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรม สำหรับผู้ที่สนใจลงทุน การเข้าใจว่าดัชนีนี้สะท้อนอะไรและมีวิธีซื้อขายอย่างไร จึงเป็นจุดเริ่มต้นก่อนเปิดกราฟหรือส่งคำสั่งเทรด
บทความนี้จะพาไปรู้จักดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ตั้งแต่ความหมาย วิธีดูราคา และเวลาเปิด–ปิด ไปจนถึงการเทรด Dow Jones ผ่าน MT5 ของ TIOmarkets พร้อมตัวอย่างการคำนวณล็อต, การตั้ง Stop Loss และการปิดสถานะในบัญชีทดลอง
ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ คืออะไร?
Dow Jones Industrial Average (DJIA) หรือ ดาวโจนส์ คือดัชนีที่ใช้วัดการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ 30 บริษัทในสหรัฐฯ โดยมีแนวคิดว่า การติดตามหุ้นของบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจจะช่วยให้มองเห็นทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ในระดับหนึ่ง ดัชนีนี้จึงถูกใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดภาวะตลาด แม้จะไม่ได้ครอบคลุมหุ้นทั้งหมดในสหรัฐฯ ก็ตาม
- ทั้งนี้ บริษัทที่อยู่ในดัชนีหุ้นดาวโจนส์มีทั้งธุรกิจการเงิน เทคโนโลยี สุขภาพ และอุตสาหกรรม
ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ คืออะไร?
Dow Jones Industrial Average (DJIA) หรือ ดาวโจนส์ คือดัชนีที่ใช้วัดการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ 30 บริษัทในสหรัฐฯ โดยมีแนวคิดว่า การติดตามหุ้นของบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจจะช่วยให้มองเห็นทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ในระดับหนึ่ง ดัชนีนี้จึงถูกใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดภาวะตลาด แม้จะไม่ได้ครอบคลุมหุ้นทั้งหมดในสหรัฐฯ ก็ตาม
บริษัทที่อยู่ในดัชนีหุ้นดาวโจนส์มีทั้งธุรกิจการเงิน เทคโนโลยี สุขภาพ และอุตสาหกรรม
Dow Jones, DJIA และ US30 ต่างกันอย่างไร?
- Dow Jones หรือ The Dow: ในข่าวตลาดหุ้นมักใช้เรียก DJIA แบบสั้น ๆ แต่ชื่อ Dow Jones ยังปรากฏในดัชนีอื่น ๆ ด้วย
- DJIA คือชื่อย่อที่ระบุถึง Dow Jones Industrial Average โดยตรง
- US30 หรือ DJ: อาจเป็นรหัสที่ผู้ให้บริการใช้กับผลิตภัณฑ์อ้างอิง Dow Jones โดยบัญชี MT5 ของ TIOmarkets ในตัวอย่างนี้ใช้รหัส DJ และระบุคำอธิบายว่า Dow Jones Industrial Average
ดังนั้น ชื่อดัชนีและรหัสสินทรัพย์ที่ใช้เทรดอาจไม่เหมือนกัน เมื่อค้นหาสินทรัพย์บน MT5 ให้ดูทั้ง Symbol และ Description เพื่อให้แน่ใจว่าเลือกผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ
หุ้นในดัชนี Dow Jones มีอะไรบ้าง?
ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ประกอบด้วยบริษัทจากหลายธุรกิจ นักลงทุนจึงควรดูทั้งรายชื่อสมาชิกและน้ำหนักของหุ้นแต่ละตัวประกอบกัน ทั้งนี้ รายชื่ออาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการทบทวนของผู้จัดทำดัชนี
ตัวอย่างหุ้นใน Dow Jones ณ 30 ตุลาคม 2026 แบ่งตามธุรกิจได้ดังนี้
- Goldman Sachs และ JPMorgan Chase: ธุรกิจการเงิน
- Caterpillar: เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับภาคอุตสาหกรรม
- Microsoft และ Apple: ธุรกิจเทคโนโลยี
- Amgen และ UnitedHealth: ธุรกิจสุขภาพ

Dow Jones คำนวณอย่างไร?
Dow Jones ใช้วิธีถ่วงน้ำหนักตามราคาหุ้น (Price-weighted) หมายความว่า หุ้นที่มีราคาต่อหุ้นสูงจะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีมากกว่าเมื่อราคาเปลี่ยนแปลงในเปอร์เซ็นต์เท่ากัน
ตัวอย่างเช่น หุ้น A ราคา 400 ดอลลาร์ และหุ้น B ราคา 100 ดอลลาร์ หากทั้งคู่ปรับขึ้น 1% ราคาหุ้น A จะเพิ่มขึ้น 4 ดอลลาร์ ขณะที่หุ้น B เพิ่มขึ้นเพียง 1 ดอลลาร์ การเปลี่ยนแปลงของหุ้น A จึงส่งผลต่อดัชนีมากกว่า แม้ว่าบริษัท B อาจมีมูลค่าตลาดรวมสูงกว่าก็ตาม
- เมื่อราคาหุ้นทั้ง 30 บริษัทเปลี่ยนแปลง ค่าดัชนี Dow Jones ก็จะปรับขึ้นหรือลงตามไปด้วย โดยหุ้นแต่ละตัวมีผลต่อดัชนีไม่เท่ากันตามหลักการคำนวณที่อธิบายข้างต้น
- แม้หุ้นบางบริษัทจะปรับตัวลง แต่ดัชนี Dow Jones ก็ยังสามารถปรับตัวขึ้นได้ หากการเพิ่มขึ้นของหุ้นตัวอื่นมีผลต่อดัชนีมากกว่า
Dow Jones ต่างจาก S&P 500 และ Nasdaq อย่างไร?
Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq เป็นชื่อที่มักปรากฏในข่าวตลาดหุ้นสหรัฐฯ แต่แต่ละดัชนีมีจำนวนบริษัทและวิธีคำนวณที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะ Nasdaq ซึ่งมีทั้ง Nasdaq Composite ที่ครอบคลุมหุ้นหลายพันหลักทรัพย์ และ Nasdaq-100 ที่เน้นบริษัทขนาดใหญ่ 100 แห่งที่ไม่ใช่ธุรกิจการเงิน
- Dow Jones Industrial Average: ประกอบด้วยหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ 30 บริษัทในสหรัฐฯ ใช้วิธีถ่วงน้ำหนักตามราคาหุ้น ทำให้หุ้นที่มีราคาต่อหุ้นสูงมีผลต่อดัชนีมากกว่าเมื่อราคาเปลี่ยนแปลงในเปอร์เซ็นต์เท่ากัน
- S&P 500: ประกอบด้วยหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ 500 บริษัท โดยถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาดของหุ้นที่เปิดให้ซื้อขายทั่วไป บริษัทที่มีมูลค่ามากกว่าจึงมีผลต่อดัชนีมากกว่า
- Nasdaq-100: ประกอบด้วยบริษัทขนาดใหญ่ 100 แห่งที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq และไม่ใช่ธุรกิจการเงิน โดยอาจรวมบริษัทจากต่างประเทศด้วย ใช้วิธีถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาดที่มีการปรับตามเกณฑ์ของดัชนี
ด้วยจำนวนบริษัท องค์ประกอบหุ้น และวิธีคำนวณที่แตกต่างกัน Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq-100 จึงอาจเคลื่อนไหวไปคนละทิศทาง แม้จะเป็นดัชนีที่ใช้ติดตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ เหมือนกันก็ตาม
ดูราคาดัชนีหุ้นดาวโจนส์ได้ที่ไหน?
คุณสามารถติดตามราคาดัชนีหุ้นดาวโจนส์ได้จากเว็บไซต์ข้อมูลตลาดการเงินหรือแพลตฟอร์มแสดงกราฟราคา เช่น TradingView รวมถึงดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้จากหน้าดัชนีหุ้นดาวโจนส์ของ TIOmarkets
สำหรับผู้ที่ต้องการดูราคาผ่าน MT5 ของ TIOmarkets สามารถค้นหารหัส DJ ในหน้าต่าง Market Watch แล้วเปิด Chart Window เพื่อดูกราฟและติดตามการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาต่าง ๆ

ทั้งนี้ ราคาดัชนีที่แสดงบนเว็บไซต์ข้อมูลตลาดการเงินอาจแตกต่างจากราคา Dow Jones CFD บน MT5 เนื่องจากเป็นข้อมูลคนละประเภทและอาจมีเวลาอัปเดตต่างกัน ผู้ที่ต้องการส่งคำสั่งซื้อขายจึงควรตรวจสอบราคาจากบัญชีเทรดของตนเองเป็นหลัก
Dow Jones เปิด–ปิดกี่โมงตามเวลาไทย?
ช่วงซื้อขายปกติของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดอ้างอิงของ Dow Jones อยู่ที่วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 09.30–16.00 น. ตาม Eastern Time (ET) เมื่อเทียบกับประเทศไทยที่ใช้ UTC+7 จะเป็นดังนี้
- ช่วงเวลาออมแสงสหรัฐฯ (EDT, UTC−4): 20.30–03.00 น. ของวันถัดไปตามเวลาไทย
- ช่วงเวลามาตรฐานสหรัฐฯ (EST, UTC−5): 21.30–04.00 น. ของวันถัดไปตามเวลาไทย
เวลาข้างต้นเป็นช่วงซื้อขายปกติของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงในวันหยุดหรือวันปิดเร็ว ส่วน Dow Jones CFD อาจมีช่วงซื้อขายและเวลาพักต่างออกไป ผู้เทรดสามารถตรวจสอบได้โดยคลิกขวาที่ DJ ใน Market Watch → Specification → Sessions แล้วดูเวลาซื้อขายในช่อง Trade พร้อมตรวจสอบเขตเวลาของ Server ก่อนแปลงเป็นเวลาไทย
ลงทุนในดัชนีหุ้นดาวโจนส์ได้อย่างไร?
แม้จะสามารถติดตามราคาดัชนีหุ้นดาวโจนส์ได้จากหลายช่องทาง แต่ตัวดัชนีเป็นค่าที่คำนวณขึ้น จึงไม่สามารถซื้อถือโดยตรงเหมือนหุ้นรายบริษัทได้ ผู้ที่ต้องการลงทุนตาม Dow Jones สามารถเลือกหุ้นหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องได้หลายรูปแบบ โดยแต่ละแบบมีสิทธิ ต้นทุน และความเสี่ยงต่างกัน
- หุ้นรายบริษัท: เลือกถือหุ้นสมาชิกแต่ละตัว แต่ผลตอบแทนไม่จำเป็นต้องเหมือนดัชนี
- กองทุนหรือ ETF อิง Dow Jones: นำเงินผู้ลงทุนไปจัดพอร์ตให้ผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี โดย ETF ซื้อขายหน่วยในตลาดหลักทรัพย์ได้ระหว่างวัน ควรดูนโยบาย ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงค่าเงินของแต่ละกองทุน
- ฟิวเจอร์สดัชนี: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กำหนดขนาดและวันหมดอายุไว้ โดยชำระส่วนต่างเป็นเงินตามค่าดัชนีอ้างอิงและเงื่อนไขของสัญญา
- CFD: สัญญารับหรือจ่ายส่วนต่างราคาระหว่างเปิดกับปิดสถานะ โดยไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นทั้ง 30 บริษัท ผู้เทรดวางเงินหลักประกันและมีต้นทุนตามเงื่อนไขสัญญา
สำหรับตัวอย่างต่อจากนี้จะเน้นการเทรด Dow Jones ผ่าน CFD บน MT5 ซึ่งใช้รหัส DJ ผู้ที่ยังไม่คุ้นกับสัญญาประเภทนี้สามารถศึกษาว่า CFD คืออะไร เพื่อเข้าใจการรับหรือจ่ายส่วนต่างราคาและการใช้เงินหลักประกันก่อนเริ่มฝึก
เริ่มต้นเทรด Dow Jones บน MT5
การเทรดดัชนีหุ้นดาวโจนส์ผ่าน MT5 ต้องมีบัญชีเทรดกับโบรกเกอร์ก่อน ตัวอย่างในบทความนี้ใช้ MT5 บนคอมพิวเตอร์และบัญชี Demo ของ TIOmarkets เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2026 เพื่อให้ลองทำความคุ้นเคยกับคำสั่งต่าง ๆ ด้วยเงินจำลอง
เปิดบัญชีทดลองหรือบัญชีเงินจริง
- ลงทะเบียนกับ TIOmarkets และกรอกข้อมูลตามที่ระบบร้องขอ
- ดำเนินการยืนยันตัวตนตามเงื่อนไขของพื้นที่ลูกค้า ตรวจสถานะให้เรียบร้อยก่อนใช้บริการที่ต้องผ่านการยืนยัน
- สร้างบัญชีเทรดที่เลือกแพลตฟอร์ม MT5 และเลือก Demo สำหรับฝึก หรือบัญชีเงินจริงเมื่อพร้อม
- เก็บเลขบัญชีเทรด รหัสผ่าน และ Server ของบัญชีนั้นให้ปลอดภัย ข้อมูลนี้อาจต่างจากอีเมลและรหัสที่ใช้เข้าพื้นที่ลูกค้า
ฝากเงินสำหรับบัญชีจริงและเข้าสู่ระบบ MT5
สำหรับบัญชีเงินจริง หลังฝากเงินเข้ากระเป๋าหรือ Wallet แล้ว ต้องโอนเงินไปยังบัญชีเทรดที่ต้องการในเมนูจัดการเงิน ตรวจเลขบัญชีปลายทางและยอดเงินก่อนยืนยัน ส่วนบัญชี Demo ใช้เงินจำลอง จึงไม่จำเป็นต้องฝากเงินจริงเพื่อทดลองเทรดตามตัวอย่างในบทความ
เมื่อมีบัญชีแล้ว ให้เปิด MT5 และเลือก File → Login to Trade Account จากนั้นกรอกเลขบัญชี รหัสผ่านสำหรับเทรด และ Server ให้ตรงกับข้อมูลที่ได้รับ หากยังไม่คุ้นกับหน้าต่างและเมนูต่าง ๆ สามารถดูคู่มือการใช้งาน MT5 ประกอบได้
หลังเข้าสู่ระบบ ให้ตรวจการเชื่อมต่อและการอัปเดตราคา หากส่งคำสั่งไม่ได้ ให้ตรวจสิทธิ์เข้าถึงและสถานะบัญชีด้วย
ค้นหา DJ และตรวจสอบรายละเอียดสัญญา
เปิด Market Watch ซึ่งเป็นหน้าต่างแสดงรายชื่อสินทรัพย์และราคา สำหรับผู้ที่คุ้นกับชื่อ US30 ในบัญชีตัวอย่างนี้ให้ใช้รหัส DJ หากยังไม่เห็นรายการ ให้เปิด Symbols ค้น DJ แล้วเลือก Show Symbol จากนั้นคลิกขวาที่ DJ → Specification เพื่ออ่านข้อกำหนดสัญญา
ในตัวอย่าง DJ มี Contract size หรือขนาดสัญญาต่อ 1 ล็อตเท่ากับ 10 และ Profit currency หรือสกุลกำไรขาดทุนเป็น USD ใช้วิธีคำนวณแบบ CFD และแสดงราคาทศนิยม 2 ตำแหน่ง ส่วน Minimal volume คือล็อตขั้นต่ำ และ Volume step คือขั้นเพิ่มลดล็อต โดยทั้งสองค่าเท่ากับ 0.01


วิธีส่งคำสั่งเทรด Dow Jones บน MT5
หลังจากค้นหาสินทรัพย์ DJ และตรวจสอบรายละเอียดสัญญาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการส่งคำสั่งซื้อขายบน MT5 โดยสามารถเลือกเปิดสถานะทันทีด้วย Market Order หรือกำหนดราคารอซื้อขายล่วงหน้าด้วย Pending Order ตามแผนที่วางไว้
ส่งคำสั่งแบบ Market Order
- คลิก DJ ใน Market Watch แล้วเลือก New Order หรือกด F9 ขณะอยู่บนกราฟ DJ
- ตรวจ Symbol และเลือก Market Execution
- ใส่ Volume หรือจำนวนล็อตตามแผน พร้อม Stop Loss (SL) เพื่อจำกัดขาดทุน และ Take Profit (TP) เพื่อให้ระบบส่งคำสั่งปิดเมื่อราคาถึงเป้ากำไร หากต้องการตั้งทั้งสองระดับตั้งแต่เปิดสถานะ
- ตรวจ Bid/Ask และเลือก Buy by Market เมื่อวางแผนซื้อ หรือ Sell by Market เมื่อวางแผนขาย
- หลังส่งคำสั่ง ตรวจรายการในแท็บ Trade ว่ามีสถานะจริง รวมทั้งราคาเข้า Volume และ SL/TP ที่บันทึกแล้ว

Buy คือการเปิดสถานะซื้อโดยคาดว่าราคาจะขึ้น ส่วน Sell คือการเปิดสถานะขายโดยคาดว่าราคาจะลง สำหรับ Market Order จะส่งคำสั่งเข้าตลาดทันที และ Market Execution ให้ระบบดำเนินการตามราคาที่หาได้ขณะนั้น ราคาจริงจึงอาจต่างจากที่เห็นก่อนกด
ตั้ง Pending Order เมื่อต้องการรอราคา
หากยังไม่ต้องการเข้าซื้อขายที่ราคาปัจจุบัน สามารถใช้ Pending Order เพื่อรอราคาตามแผนได้ โดยแยกวิธีรอเป็นสองแบบก่อน แล้วค่อยเลือกฝั่ง Buy หรือ Sell
- Limit: คำสั่งรอซื้อที่ราคาต่ำลง หรือรอขายที่ราคาสูงขึ้น โดย Buy Limit รอซื้อต่ำกว่า Ask และ Sell Limit รอขายสูงกว่า Bid ปัจจุบัน
- Stop: คำสั่งรอซื้อเมื่อราคาขึ้นถึงระดับที่กำหนด หรือรอขายเมื่อราคาลงถึงระดับที่กำหนด โดย Buy Stop อยู่เหนือ Ask และ Sell Stop อยู่ต่ำกว่า Bid ปัจจุบัน
เมื่อเลือกวิธีรอได้แล้ว ให้กรอกราคาเข้า Volume, SL/TP และวันหมดอายุถ้ามีตัวเลือก ตรวจระยะขั้นต่ำของสัญญาก่อนกดวางคำสั่ง จากนั้นรายการจะปรากฏใน Trade ในฐานะคำสั่งรอ และเปลี่ยนเป็นสถานะซื้อขายเมื่อเงื่อนไขทำงานสำเร็จ
แก้ไข SL/TP และยกเลิก Pending Order
บนกราฟที่แสดงเส้นสถานะ ให้ลากไปยังระดับ SL ที่วางแผนไว้ตามการตั้งค่าของโปรแกรม สำหรับ Buy โดยทั่วไป SL ต้องอยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบันและผ่านระยะขั้นต่ำของสัญญา เมื่อปล่อยเมาส์แล้ว ให้ดูคอลัมน์ S/L ใน Trade เพื่อยืนยันระดับที่ระบบบันทึก
หากต้องการกรอกตัวเลขโดยตรง ให้เปิดหน้าต่างสถานะ เลือก Modify Position แล้วแก้ SL/TP ก่อนยืนยัน ส่วนรายการ Pending สามารถเปิดขึ้นมาแก้ราคาที่รอหรือยกเลิกได้เช่นกัน แต่ควรดูให้ชัดว่ารายการนั้นยังเป็นคำสั่งรอ เพราะสถานะที่เปิดแล้วต้องใช้คำสั่งปิดสถานะแทน
วิธีปิดสถานะ Dow Jones บน MT5
เมื่อเปิดสถานะแล้ว ผู้เทรดสามารถเลือกปิดทั้งหมดหรือปิดเพียงบางส่วนได้ โดยต้องตรวจสอบจำนวนล็อตและสถานะคงเหลือหลังส่งคำสั่งทุกครั้ง
ปิดสถานะบางส่วน
การปิดบางส่วนคือการปิดสถานะเดิมเพียงบางล็อต โดยปล่อยส่วนที่เหลือไว้ ตัวอย่างนี้ถือ 0.02 ล็อต ปิดออก 0.01 และเหลือ 0.01 ล็อต ทั้งจำนวนที่ปิดและจำนวนที่เหลือต้องตรงกับล็อตขั้นต่ำและขั้นเพิ่มลดที่อนุญาต
- เปิดหน้าต่างของสถานะ DJ ที่ต้องการปิด ตรวจสัญลักษณ์และจำนวนเดิม
- เปลี่ยน Volume เป็นจำนวนที่จะปิด ในตัวอย่างคือ 0.01
- กดปุ่ม Close ของสถานะเดิม สำหรับบัญชีแบบ Hedge ซึ่งถือ Buy และ Sell ของสินทรัพย์เดียวกันแยกกันได้ การกด Sell by Market อาจเปิดฝั่งขายเพิ่มแทนการปิด Buy
- กลับไปที่ Trade และตรวจว่า Volume คงเหลือจริงเป็น 0.01

ขณะกรอก Volume จำนวนเงินประมาณการข้าง SL อาจเปลี่ยนตามตัวเลขในช่องได้ แม้สถานะเดิมยังเปิดอยู่ ดังนั้น ให้ใช้ Volume ที่เหลือในแท็บ Trade หลังคำสั่ง Close สำเร็จเป็นตัวตรวจว่าปิดไปแล้วเท่าไร

หลังส่งคำสั่งปิดบางส่วน Trade แสดง Volume คงเหลือ 0.01 ล็อต
ปิดทั้งหมดและดูประวัติการเทรด
เมื่อต้องการปิดส่วนที่เหลือ ให้ตรวจ Volume ปัจจุบันแล้วปิดสถานะเดิมทั้งหมด จากนั้นดู Trade ว่าไม่มี DJ ของตัวอย่างค้างอยู่ และเปิด History ตรวจรายการปิดทั้งสองครั้งพร้อมผลกำไรขาดทุน เพราะรายการปิดบางส่วนใน History เพียงอย่างเดียวยังไม่ยืนยันว่าปิดครบแล้ว
หากกดปิดแล้วหน้าจอค้างหรือไม่เห็นผล ให้ตรวจ Trade และ History ใหม่ก่อนกดซ้ำ เพื่อไม่ให้คำสั่งซ้ำไปปิดส่วนที่ตั้งใจจะเก็บไว้
คำนวณล็อต Dow Jones จากระยะ Stop Loss
จากตัวอย่างการเปิดและปิดสถานะบน MT5 ข้างต้น อีกเรื่องสำคัญที่ผู้เทรดควรเข้าใจคือการคำนวณขนาดล็อตและความเสี่ยงก่อนส่งคำสั่ง เพราะแม้ราคาดัชนีจะเคลื่อนไหวเท่ากัน แต่จำนวนเงินที่กำไรหรือขาดทุนจะแตกต่างกันตามขนาดสถานะ
Dow Jones ขึ้นหนึ่งจุด คิดเป็นเงินเท่าไร?
สำหรับ DJ CFD ในบัญชี Demo ที่ใช้เป็นตัวอย่าง Contract size เท่ากับ 10 และสกุลเงินกำไรขาดทุนเป็น USD ดังนั้น เมื่อราคาดัชนีเปลี่ยนแปลงหนึ่งจุด มูลค่าการเปลี่ยนแปลงจะขึ้นอยู่กับขนาดล็อตดังนี้
- 1.00 ล็อต: เท่ากับ 10 USD ต่อจุดดัชนี
- 0.10 ล็อต: เท่ากับ 1 USD ต่อจุดดัชนี
- 0.01 ล็อต: เท่ากับ 0.10 USD ต่อจุดดัชนี
ตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงข้อกำหนดของ DJ ในบัญชีตัวอย่างเท่านั้น ผู้เทรดควรตรวจสอบ Contract size และสกุลเงินของสัญญาใน Specification ของบัญชีตนเองก่อนนำไปคำนวณ
ตัวอย่างคำนวณความเสี่ยงจาก Stop Loss
ขนาดสถานะกำหนดด้วยหน่วยล็อต (Lot) ส่วน Stop Loss หรือ SL คือระดับราคาที่ตั้งให้ระบบส่งคำสั่งปิดเพื่อจำกัดขาดทุน การเลือกล็อตจึงต้องพิจารณาทั้งเงินที่ยอมเสี่ยงและระยะจากราคาเข้าไปถึง SL เพราะเมื่อใช้ล็อตเท่าเดิม การตั้ง SL ไกลขึ้นจะเพิ่มผลขาดทุนตามแผน
ตัวอย่างที่ทำไว้เปิด Buy DJ จำนวน 0.02 ล็อตที่ 52,553.26 แล้วลากเส้นสถานะลงมาตั้ง SL ที่ 52,242.01 จึงมีระยะห่าง 311.25 จุดดัชนี ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างการใช้งาน ไม่ใช่ระดับราคาแนะนำให้เข้าเทรด
- ระยะราคาเข้า–SL = 52,553.26 − 52,242.01 = 311.25 จุดดัชนี
- มูลค่าการเปลี่ยนแปลงต่อหนึ่งจุดที่ 0.02 ล็อต = 10 × 0.02 = 0.20 USD
- เงินขาดทุนจากระยะราคาตามตัวอย่าง = 311.25 × 0.20 = 62.25 USD

MT5 แสดงระยะ 31,125 Points เพราะหนึ่ง Point ของราคาสองตำแหน่งคือ 0.01 และแสดงเงินประมาณ 62 USD จึงต้องแยก “Point ของแพลตฟอร์ม” ออกจาก “จุดดัชนี” ให้ชัด ไม่เอา 31,125 ไปคูณซ้ำด้วยมูลค่าต่อจุดดัชนี

ทั้งนี้ ค่า Tick size และ Tick value ที่แสดงเป็นศูนย์ในหน้าต่าง Specification ของตัวอย่างไม่ควรนำไปหารคำนวณโดยตรง จึงใช้วิธีคำนวณตามข้อกำหนดสัญญาและตรวจสอบเทียบกับเงินประมาณการที่ MT5 แสดง
ตัวอย่างการคำนวณล็อต Dow Jones จากงบความเสี่ยง
สมมติว่าผู้ลงทุนกำหนดงบความเสี่ยงไว้ที่ 40 USD หลังเผื่อต้นทุนการซื้อขาย และตั้ง Stop Loss ห่างจากราคาเข้า 311.25 จุดดัชนี โดยสัญญามี Contract Size เท่ากับ 10
สามารถคำนวณจำนวนล็อตได้ดังนี้
40 ÷ (311.25 × 10) ≈ 0.01285 ล็อต
เนื่องจากสินทรัพย์ตัวอย่างกำหนด Volume Step ไว้ที่ 0.01 ล็อต จึงต้องปัดลงเหลือ 0.01 ล็อต ซึ่งจะมีผลขาดทุนจากส่วนต่างราคาประมาณ 31.13 USD หากราคาถึง Stop Loss ตามที่กำหนด
ทั้งนี้ จำนวนเงินดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างสำหรับฝึกคำนวณ ผลขาดทุนจริงอาจแตกต่างออกไปตามราคาที่ดำเนินการได้และต้นทุนการซื้อขาย นอกจากนี้ ผู้ลงทุนควรตรวจสอบเงินหลักประกัน (Margin) ที่ต้องใช้ก่อนเปิดสถานะ โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ Leverage คืออะไร
ตัวอย่างปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีหุ้นดาวโจนส์ในปี 2026
การเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นดาวโจนส์ได้รับอิทธิพลจากทั้งภาวะเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน และผลประกอบการของบริษัทในดัชนี โดยข่าวเดียวกันอาจส่งผลต่อหุ้นแต่ละบริษัทไม่เท่ากัน ตัวอย่างเหตุการณ์ในปี 2026 ต่อไปนี้จะช่วยให้เห็นว่าปัจจัยเหล่านี้เกี่ยวข้องกับ Dow Jones อย่างไร
การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และกำลังซื้อในประเทศ
วันที่ 29 ตุลาคม 2026 สหรัฐฯ รายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ขยายตัว 3.4% เมื่อเทียบเป็นอัตรารายปี เพิ่มขึ้นจาก 2.2% ในไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุน การบริโภค และการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่การส่งออกลดลง
การเติบโตของเศรษฐกิจมีความสำคัญต่อ Dow Jones เพราะบริษัทหลายแห่งในดัชนีพึ่งพาการใช้จ่ายของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ หากเศรษฐกิจขยายตัว บริษัทเหล่านี้ก็อาจมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลข GDP ที่ดีไม่ได้หมายความว่าดัชนีจะปรับขึ้นเสมอไป เพราะราคาหุ้นยังขึ้นอยู่กับผลประกอบการและความคาดหวังของนักลงทุนด้วย
ดอกเบี้ยสหรัฐฯ กับต้นทุนเงินทุนและมูลค่าหุ้น
ในการประชุมวันที่ 28 ตุลาคม 2026 ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75–4.00% ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
อัตราดอกเบี้ยส่งผลต่อบริษัทใน Dow Jones แตกต่างกันไป เช่น ธุรกิจอุตสาหกรรมที่ต้องกู้เงินเพื่อลงทุนอาจเผชิญต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจการเงินอาจได้รับผลกระทบทั้งด้านรายได้ดอกเบี้ยและต้นทุนเงินฝาก นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยยังมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนระหว่างการถือหุ้นกับสินทรัพย์อื่นอย่างพันธบัตรรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ Fed ประกาศคงดอกเบี้ย Dow Jones ยังปิดบวกประมาณ 0.2% สะท้อนให้เห็นว่าทิศทางของดัชนีไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้าและปัจจัยอื่นที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
การลงทุนในสหรัฐฯ กับรายได้ของบริษัทอุตสาหกรรม
การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 3 ปี 2026 ซึ่งอาจสร้างโอกาสให้กับบริษัทที่จำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์สำหรับภาคธุรกิจ เช่น Caterpillar ผู้ผลิตเครื่องจักรก่อสร้าง เหมืองแร่ และอุปกรณ์พลังงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Dow Jones
วันที่ 29 ตุลาคม 2026 Caterpillar รายงานยอดขายและรายได้ไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 20.7 พันล้านดอลลาร์ โดยมีแรงสนับสนุนหลักจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและราคาขายที่ดีขึ้น
ผลประกอบการของ Caterpillar เป็นตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมทางเศรษฐกิจกับธุรกิจในดัชนี แม้รายได้ของบริษัทจะมาจากหลายประเทศ ไม่ใช่เฉพาะสหรัฐฯ ก็ตาม เมื่อผลประกอบการหรือแนวโน้มกำไรเปลี่ยนไป ก็อาจส่งผลต่อราคาหุ้น Caterpillar และการเคลื่อนไหวของ Dow Jones ตามน้ำหนักของหุ้นในดัชนี

คำถามที่พบบ่อย
คำสงวนความรับผิด: สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วจากเลเวอเรจ คุณควรพิจารณาว่าคุณเข้าใจถึงระบบการทำงานของ สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง และพร้อมรับความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินแล้วหรือไม่ อย่าฝากมากกว่าจำนวนเงินที่คุณพร้อมจะสูญเสีย การขาดทุนของลูกค้ามืออาชีพอาจมากกว่าเงินฝากของพวกเขา โปรดดูนโยบายคำเตือนความเสี่ยงของเราและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระหากคุณไม่เข้าใจส่วนใด ข้อมูลนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่หรือใช้โดยผู้ที่อาศัยอยู่ในบางประเทศ/เขตอำนาจศาล โดยรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สหรัฐอเมริกาและ OFAC บริษัทมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายชื่อประเทศข้างต้นตามดุลยพินิจของตนเอง
Join us on social media
Authors BIO







